web analytics

คุยกับศิษย์เก่าบริหารเทคโนโลยีสารสนเทศ รุ่นที่ 1

วันนี้จะมาขอเสนอบทสัมภาษณ์พูดคุยกับ “คุณนรภัทร พัชรพรพรรณ” หรือ พี่ภัทร (สำเร็จปริญญาโท หลักสูตร ITM รุ่นที่ 1) ผู้มีประสบการณ์ในการบริหารจัดการระบบไอที ให้กับบริษัทที่มีสาขาในเอเชียแปซิฟิคและในยุโรป รวมถึงต้องทำงานกับ out source ทั้งจากในไทย อินเดีย สิงคโปร และเมอริเชียส ในปัจจุบันยังเป็นผู้เชี่ยวชาญให้คำปรึกษาด้านเทคนิค ของซอฟต์แวร์ K2 ที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการทางธุรกิจ ที่ต้องใช้ทักษะด้านการบริหารไอทีและด้านอื่นๆ เข้าไปให้คำปรึกษาแก่บริษัทต่างๆ ว่ากว่าจะประสบความสำเร็จถึงจุดนี้ ชีวิตได้ผ่านอะไรมาบ้าง

สวัสดี ค่ะชีวิตวัยเด็กของพี่ภัทรเป็นอย่างไรบ้างคะ และเริ่มมีความสนใจด้านบริหาร ไอที มาตั้งแต่ตอนไหนคะ?

ตอนเด็กจะออกแนวขี้อายครับ เรียนไม่ค่อยเก่ง (แต่ตั้งใจเรียนนะ ฮะๆๆ)  ยิ่งเรื่องบริหารนี่ลืมไปได้เลย เอาจริง ๆ  เรื่องบริหารมันวิ่งเข้ามาให้หัวตอนที่หัวหน้าของพี่ลาออกไป แล้วหัวหน้าของหัวหน้าเค้าก็ไม่จ้างคนใหม่มา งานเลยตกมาที่เรา ซึ่งเราก็ยังไม่ได้คิดอะไรก็เขียนโค้ดทำแอพไปเรื่อย จนหัวหน้าบอกว่า พี่ไม่ได้จ้างยูมาเขียนโค้ดนะ (แต่เค้าจ่ายเราด้วยค่าตัวโปรแกรมเมอร์นะ ฮะๆๆ) ก็ตั้งแต่ตอนนั้นแหละ จนมาถึงตอนนี้ก็ผ่านมาสิบห้าปีละ (อย่านับถอยหลังเลยนะๆ ขอ)

ชีวิตตอนเรียนต่อโทละคะเป็นอย่างไรบ้าง? เรียนบริหารไอทียากมั้ยคะ?

ตอนนั้นที่เรียนต่อโทก็ยังมีชีวิตที่ลั้นลาพอสมควร งานเยอะและยุ่งนะ แต่ไม่เครียด เพราะวิชาไอทีเรียน ง่ายกว่าตอนเรียน ป. ตรีเยอะเลย จะมีบางวิชาเช่น Finance Account ที่เหนื่อยหน่อย แต่จะว่าไปจริง ๆ แล้วตอนนั้นก็มีประสบการณ์ทำงานได้เจ็ดปีแล้ว ก็จะมีงานไอที ที่ทำเราต้องบริหารจัดการ ทีมไทย ทีมอินเดีย อยู่แล้ว รวมถึงต้องคุยกับหัวหน้าสาขาในประเทศต่าง ๆ เพื่อให้แน่ใจว่า เราสามารถบริหารจัดการโครงการพัฒนาระบบแอพพลิเคชั่นให้เสร็จตรงเวลาและตรงความต้องการผู้ใช้งานครับ

แบ่งเวลาตอนเรียนต่อโทกับตอนทำงานอย่างไรคะ?

ชีวิตตอนต่อโท ก็แทบไม่กระทบหรือต้องแบ่งเวลามากเท่าไหร่ ตอนเรียนบริหารไอที พี่ทำงานเกี่ยวกับไอทีบวกกับการบริหารทีมอยู่แล้ว บางทีก็เอางานไปถามอาจารย์บ้าง ส่วนเรื่องรายงาน ต่าง ๆ ก็เป็นสิ่งที่เราทำอยู่แล้ว บางทีก็เอางานมาปัดฝุ่นให้มีสอดคล้องกับวิชาเรียน แล้วก็จัดรูปเล่มส่งได้เลย ก็ถือว่า คุ้มค่าเลยพอเรียนบริหารไอที ก็สามารถเอาส่วนที่เรียนไปปรับใช้ในการทำงานได้ดีขึ้น เช่นมีทฤษฎี มีงานวิจัยต่าง ๆ มารองรับ หัวหน้าและทีมงานให้ความเชื่อถือ แต่จริง ๆ มีอยู่ช่วงท้ายๆ ที่ทำวิทยานิพนธ์ ช่วงนั้นจะหนักหน่อย เพราะเปลี่ยนบริษัท เปลี่ยนวัฒนธรรมองค์กร เปลี่ยนหัวหน้า แต่เราก็ไม่ทำให้เสียชื่อสถาบัน ก็ทำงานอย่างเต็มที่ แล้วก็พูดคุยกับหัวหน้าขอทำงานวันละสี่ชั่วโมงตอนกลางคืน ตอนกลางวันขอไปทำงานวิจัย หัวหน้าก็ตกลงเพราะเห็นว่าเรารับผิดชอบงานได้มาตลอด

พี่ภัทรคิดว่า ปัจจุบันต่อโท ด้านไอที มีความสำคัญอย่างไรคะ?

ก็สำคัญนะ เพราะปัจจุบัน ไม่ใช่ปลาใหญ่กินปลาเล็กแล้ว แต่จะเป็นปลาเร็วกินปลาช้า และงานไอที ไม่ว่าจะเป็นการบริหารไอที หรือ ไอทีโอเปอเรชั่น ก็เป็นเหมือนแขนขวาของธุรกิจไปแล้ว เพราะกระบวนการทางธุรกิจมันเปลี่ยนแปลงเร็ว ผู้บริหารไม่ว่าจะทางไหน ก็ควรมีทักษะด้านไอทีหรือย่างน้อยก็รู้ว่าจะเอาไอทีไปช่วยให้ได้เปรียบทางการแข่งขันอย่างไรก็เป็นเรื่องจำเป็นมาก ๆ

แล้วรู้สึกอย่างไรที่ได้เรียนต่อโท ด้านบริหารไอที (ITM) นิด้าเป็นรุ่นแรก และทางนิด้าได้มีอะไรในการสนับสนุนการเรียนการสอนบ้างคะ?

รู้สึกว่ารุ่นหลังๆ โชคดีกว่า เพราะอะไรๆ ลงตัวขึ้นเยอะเลย ได้ข่าวล่าสุดว่ามีการหาทุนมาได้อีกจำนวนมากเลย ส่วนเรื่องการสนับสนุนในสมัยนั้น (นานมาก) ก็จะมีทุนที่ช่วยสำหรับนักศึกษาที่ทำวิทยานิพนธ์ครับ เจ้าหน้าที่ช่วยแนะนำดีมาก ๆ เลย (คือไม่เคยรู้เรื่องพวกนี้มากก่อน)

 แนวโน้มของเทคโนโลยีด้านไอที ไม่ว่าจะเป็น Fintech, Blockchain และ Cloud คิดว่าการเรียนต่อด้านไอทีในปัจจุบันควรมีเนื้อหารองรับอย่างไรคะ?

สำหรับพี่ความเห็นส่วนตัวจากที่ได้อ่านข้อมูลมาบ้างนะ Fintech ก็อาจจะไม่ใช่เรื่องที่จะเกิดง่ายๆ เพราะ มีเจ้าตลาดเยอะที่เค้าจับจอง ปกป้อง ป้องกัน ตลาดของเค้า แต่อย่างน้อยก็การรู้ไว้ก็ดี เพราะล่าสุดเห็นมีประกาศการประกาศใช้พระราชกำหนดการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล พ.ศ. ๒๕๖๑ ออกมาแล้ว ก็อาจจะเป็นการเริ่มต้นที่ดี ส่วน blockchain ก็เห็นหลายๆ คนตื่นตัว แต่ถ้าเอาเข้าจริง ๆ เรื่อง privacy ที่เรากังวลจากการที่อาจจะต้องใช้เรื่องการ decentralize ข้อมูลกระจายไปหลายๆ ที่เพื่อตรวจสอบ และคิดว่าเราก็ยังคงกังวลต่ออีกสักพัก เพราะมันมีกรณีที่มีความขัดแย้งในตัวเองแบบพวก ETC  ETH ที่อยู่ดี ๆ การเปลี่ยนแปลงมันก็ทำได้ แต่ถามว่าต้องศึกษามั้ย ก็คงต้องศึกษา เพราะสองคำนี้ถูกทำ marketing ไปเป็นคำเท่ห์ติดปากไปแล้ว คนที่เกี่ยวข้องด้านการบริหารไอทีก็คงต้องเรียนรู้ไว้ ส่วน Cloud คิดว่าน่าจะเป็นไปได้มากที่สุด ณ ตอนนี้ เพราะคนเริ่มเข้าใจว่า ISO27001 ที่ Cloud รองรับ คนไอทีในบริษัทเองอาจจะทำไม่ได้หรือทำได้แต่มีค่าใช้จ่ายสูง แต่ยังไงก็แล้วแต่ ขึ้นอยู่กับฝ่ายบริหารไอทีของแต่ละบริษัท ที่จะอธิบายข้อดีข้อเสียให้คนถือเงินเข้าใจได้ยังไงบ้าง ส่วนเนื้อหาการเรียนคงมองถึงเรื่องปัจจัยการพิจารณานำไปใช้ รู้ข้อดีข้อเสีย มากกว่าเรียนรู้ว่าเทคโนโลยีมีอะไรบ้างซึ่งมันอาจจะไม่เพียงพอ

 ในสภาวะ ที่เศรษฐกิจขึ้นลง คนไอทีอย่างเราจะมีการปรับตัวอย่างไรบ้างคะ?

คำตอบ จริง ๆ จากที่เรียนๆ กันทั้งวิชาด้านบริหาร วิชาด้านไอที ก็บอกไว้ชัดเจนมาก ๆ อยู่แล้ว เรื่องการลงทุนที่เหมาะสม เรื่องการบริหารความเสี่ยงจากการลงทุน การเสริมจุดแข็งมากกว่าการเสียเวลาปิดจุดอ่อน การวางแผนยุทธศาสตร์ด้านไอทีโดยการใช้หลัก Balance Score Card ที่เรียนมาก็เอาไปประยุกต์ใช้ได้ เพื่อให้ระบบไอทีต่าง ๆ ถูกสร้างขึ้นมาแล้วตอบโจทย์ทางธุรกิจได้จริง ๆ ซึ่งแบบนี้ถึงจะเรียกว่าเป็นการบริหารไอทีที่มีประสิทธิภาพและนำไอทีมาใช้อย่างมีประสิทธิผลครับ หรือง่ายๆ คือ มาเรียนต่อโทบริหารไอที (ITM) ที่นิด้าแล้วเอาความรู้ไปใช้กับองค์กรของตัวเอง นี่แหละง่ายที่สุดเลย

แสดงความคิดเห็น

ความคิดเห็น