web analytics

เมื่อต้องมารับผิดชอบการบริหารโครงการ

เป็นเรื่องปกติของการทำงาน เมื่อทำงานไประยะเวลาหนึ่งก็ต้องมีความรับผิดชอบที่มากขึ้น เคยแต่รับคำสั่ง ไม่เคยต้องรับผิดชอบ รับรู้การจัดการกระบวนการทางธุรกิจ อีกทั้งความรู้ทางด้านไอทีที่ได้ร่ำเรียนมาไม่เพียงพอต่อการทำงาน จึงเริ่มศึกษาหาความรู้ว่าที่ใดมีสอนหลักสูตรการบริหารควบคู่กับนำไอทีไปประยุกต์ใช้ให้เกิดคุ้มค่าแก่ธุรกิจได้มากที่สุด   ปัจจุบันไอทีเข้ามามีบทบาทต่อกระบวนการทางธุรกิจค่อนข้างมาก เนื่องจากการแข่งขันมีค่อนข้างสูง ความรวดเร็วในการทำธุรกิจถือเป็นปัจจัยหลัก ระบบไอทีจึงเข้ามีบทบาทในกระบวนการในการจัดการรองรับการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วของธุรกิจ  การมีความรู้ในการก้าวทันการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น จึงเป็นสิ่งสำคัญยิ่ง   จากการศึกษาหาข้อมูลในการศึกษา เนื้อหาหลักสูตรปริญญาโทบริหารเทคโนโลยีสารสนเทศของสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (Information Technology Management : ITM) ซึ่งมีเนื้อหาตอบสนองต่อการนำไอทีไปปรับใช้ต่อการจัดการกระบวนการทางธุรกิจที่ได้เปลี่ยนแปลง โดยจะเน้นการเรียนรู้และฝึกฝนให้ผู้ศึกษามีการจัดการระบบไอที ให้สามารถนำไปประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมต่อกระบวนการทางธุรกิจขององค์กร  +3-1

สายอาชีพยอดนิยมในยุคดิจิตอล

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. รัฐกร พูลทรัพย์ อาจารย์ประจำสาขาวิทยาการคอมพิวเตอร์ หลักสูตรปริญญาโทวิทยาการคอมพิวเตอร์และระบบสารสนเทศ คณะสถิติประยุกต์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) http://as.nida.ac.th/      สำหรับนักศึกษาที่กำลังจะค้นหาว่าตัวเองชอบทำงานในสายอาชีพอะไร หรือผู้ปกครองที่ต้องการแนะนำสายอาชีพให้กับบุตรหลานของท่าน และหลายๆ ท่านที่สนใจว่าสายอาชีพใดน่าสนใจที่สุดในยุคดิจิตอลนี้ เริ่มจากในประเทศสหรัฐอเมริกา คนส่วนใหญ่ประกอบอาชีพอะไรกันบ้าง และอาชีพอะไรใดที่นิยมสูงสุด อ้างอิงจากข้อมูลจากเว็บไซต์ U.S.News (http://money.usnews.com) ที่ได้มีการรวบรวมข้อมูลและจัดลำดับสายอาชีพที่ได้รับความนิยมโดยใช้หลักการให้คะแนนดังนี้      (1) จำนวนและอัตราตำแหน่งงานที่จะขยายตัวใน 10 ปีข้างหน้า      (2) เงินค่าตอบแทน      (3) ระดับความก้าวหน้าในสายอาชีพ      (4) อัตราการจ้างงาน      (5) ระดับความเครียดของการทำงาน      (6) วิถีชีวิตที่สมดุลย์เมื่อทำงานในตำแหน่งดังกล่าว      จากตารางด้านล่าง ได้สรุปสายอาชีพยอดนิยม 5 ปีย้อนหลังในประเทศสหรัฐอเมริกาจากปี …

แชร์ประสบการณ์ดีๆในความแตกต่างระหว่างหลักสูตรปริญญาโท และ หลักสูตรปริญญาตรี

หลักสูตรปริญญาโท

แชร์ประสบการณ์ดีๆในความแตกต่างระหว่างหลักสูตรปริญญาโท และ หลักสูตรปริญญาตรี  สวัสดีค่ะ พบกับบทความดีๆกันอีกแล้วนะคะ วันนี้เรามีประสบการณ์ดีๆมาแชร์บอกต่อ เกี่ยวกับการเรียนในหลักสูตรปริญญาตรี และ หลักสูตรปริญญาโท ว่ามันมีความแตกต่างกันอย่างไร ไม่ว่าจะเป็นในแง่ของการเรียนต่างๆหรือในแง่ของการใช้ชีวิตในระหว่างการเรียนในหลักสูตรปริญญาโทและหลักสูตรปริญญาตรี ต้องขอกล่าวไปตอนยังเรียนปริญญาตรีอยู่นะคะ หลายๆคนคงมีความรู้สึกนี้แน่ๆในตอนที่กำลังจะใกล้จบม.6 เราก็จะต้องค้นหาตัวเองว่าเรา อยากเรียนอะไร? อยากเป็นอะไร? อยากทำอะไรในชีวิต? หรือบางคนอาจจะเรียนต่อในคณะหรือสาขาที่คุณพ่อคุณแม่อยากให้เรียน ก็ต้องหาคำตอบให้กับตัวเอง พอเรารู้แล้วว่าเราต้องเรียนอะไร สำหรับปีแรกก็ยังปรับตัวไม่ได้เพราะการเรียนในมัธยมกับชีวิตมหาวิทยาลัยแตกต่างกันมาก ชีวิตมหาวิทยาลัยจะต้องพึ่งพาตัวเองอย่างมาก ต้องขยันและทบทวนการเรียนมากขึ้น ต้องพยายามแบ่งเวลาระหว่างเรื่องเรียนและกิจกรรมจากทางมหาวิทยาลัย หลายคนที่แบ่งเวลาไม่ถูก ติดเพื่อน ติดทำกิจกรรมก็อาจจะเรียนไม่ทันเพื่อนได้ ยิ่งช่วงที่แรกกิจกรรมเยอะมากๆ ทั้งรับน้อง ทั้งเชียร์กีฬา ชมรมต่างๆมากมาย การใช้ชีวิตก็แตกต่างกันไป ถ้ายิ่งอยู่หอด้วย ยิ่งต้องมีความรับผิดชอบ ไม่มีคนคอยปลุกให้ตื่นไปเรียน ทุกอย่างต้องทำเองหมด หลักสูตรปริญญาตรีต้องเก็บหน่วยกิตเป็นร้อยๆหน่วยกิต ถือว่าเรียนเยอะมาก อ่านเยอะมาก แต่สำหรับหลักสูตรปริญญาโทการเรียนจะแตกต่างจากปริญญาตรีอย่างมาก หรือส่วนนึงคงเป็นเพราะเราโตขึ้น ประสบความสำเร็จมาแล้วขั้นแรก การเรียนก็ต้องเรียนด้วยความเข้าใจ สามารถนำไปใช้ได้ในชีวิตประจำวันและใช้ได้ในชีวิตของการทำงาน แต่หลักสูตรปริญญาโทจะไม่ยากเท่าปริญญาตรี เรียนน้อยและเน้นการทำวิจัย เน้นงานกลุ่ม เน้นความเข้าใจและประยุกต์ใช้ แต่จะหนักในการที่ต้องเรียนไปด้วยทำงานไปด้วยสำหรับคนที่เลือกเรียนหลักสูตรปริญญาโทภาคพิเศษ ต้องมีการแบ่งเวลาให้ถูก และสังคมปริญญาโทจะกว้างมาก มีคนหลากหลายลักษณะ หน้าที่การงานที่แตกต่างกันไป คนที่มีประสบการณ์ผ่านอะไรมามากก็เยอะ เมื่อเราได้คุยกับเค้า …

เลือกเรียนหลักสูตรปริญญาโทอย่างไร ให้ตรงใจที่สุด

หลักสูตรปริญญาโท

เลือกเรียนหลักสูตรปริญญาโทอย่างไร ให้ตรงใจที่สุด หลายๆคนที่กำลังตัดสินใจจะเรียนต่อปริญญาโทคงกำลังประสบปัญหาว่าจะเลือกเรียนหลักสูตรปริญญาโท หลักสูตรใดดี เพราะในปัจจุบัน   หลากหลายสถาบันการศึกษา ต่างมีหลักสูตรปริญญาโทมากมายให้เลือกเรียนกัน ทั้งหลักสูตรยอดนิยมอย่างเช่น การบริหารธุรกิจ หรือจะหลักสูตรเฉพาะสาขา เช่น การบริหารเทคโนโลยีสารสนเทศ การจัดการระบบสารสนเทศ การเงิน เป็นต้น ซึ่งค่าใช้จ่ายในการเรียนปริญญาโทนั้น ก็ไม่ใช่จำนวนเงินน้อยๆ ทั้งยังต้องใช้ความทุ่มเทในการเรียนปริญญาโทที่ค่อนข้างมากกว่าการเรียนระดับปริญญาตรี ดังนั้นเพื่อให้ทรัพยากรเงินและกำลังกาย กำลังสมองที่เรากำลังจะทุ่มเทลงไปในการเรียนนั้นไม่สูญเปล่า เราควรเลือกหลักสูตรปริญญาโท โดยใช้เกณฑ์ต่างๆ มาช่วยในการตัดสินใจดังนี้ จุดหมายปลายทาง หากเรามีอาชีพในใจแล้ว ก็ให้พิจารณาว่าจบปริญญาโท หลักสูตรใด จะตรงกับสายอาชีพและตำแหน่งที่บริษัทต้องการ ซึ่งจะทำให้เราเลือกหลักสูตรปริญญาโทที่เรียนแล้วสามารถตอบสนองความต้องการของเราได้อย่างตรงจุดที่สุด ความถนัด การเรียนปริญญาโท เป็นการเรียนเสริมต่อยอดความรู้เชิงลึก ต่อจากปริญญาตรี ดังนั้นหลักสูตรปริญญาโทที่เลือกเรียนหากเป็นสิ่งที่ส่งเสริมความถนัดของตัวเรา ก็จะยิ่งทำให้เรามีความรู้ ความเชี่ยวชาญในสิ่งที่เราถนัดมากขึ้น และเราจะสามารถนำความรู้ที่ได้เรียนในระดับปริญญาโท ไปใช้ในการทำงานได้อย่างมีประสิทธิผลและประสิทธิภาพ ความชอบ บางครั้งสิ่งที่เราถนัดอาจไม่ใช่สิ่งที่เราชอบ หรือไม่ใช่สิ่งที่เราชอบมากที่สุด ดังนั้นหากเลือกเรียนปริญญาโท หลักสูตรที่เสริมสร้างความสามารถในด้านที่เราชอบ ก็จะทำให้เรามีความสามารถในสิ่งที่เราชอบมากขึ้น จนสามารถไปประกอบอาชีพในด้านที่เราชอบได้ ความสนใจ หากเรามีหัวข้อที่เราสนใจอยากจะศึกษาอยู่ในใจอยู่แล้ว ให้ค้นหาว่า หลักสูตรปริญญาโท ใดที่มีวิชาที่สอนในหัวข้อที่เราสนใจ ซึ่งจะทำให้ตลอดการเรียนปริญญาโทไม่น่าเบื่อ เพราะมีแต่เรื่องที่เราสนใจ ปัจจัยต่างๆข้างต้นเป็นเพียงปัจจัยขั้นต้นในการเลือกหลักสูตรปริญญาโทที่จะเรียนเท่านั้น แต่ในการจะตัดสินใจเลือกเรียนปริญญาโท หลักสูตรใด …

ความน่าเชื่อถือของการพิสูจน์วัตถุพยานหลักฐานในคดีอาชญากรรม : หนึ่งมุมมองจากหลักความน่าจะเป็น

โดย รองศาสตราจารย์ ดร. กาญจ์นภา อมรัชกุล คดีฆ่านักท่องเที่ยวต่างชาติที่เกาะเต่า และอีกหลายคดีอาชญากรรมมีการใช้หลักฐานทางนิติเวชมาช่วยค้นหาความจริงและดำเนินคดี เคยสงสัยหรือไม่ว่า หลักฐานไม่ว่าจะเป็นลายมือ ลายนิ้วมือ หรือเทคโนโลยี DNA เหล่านี้สามารถนำมามัดตัวฆาตกร ได้น่าเชื่อถือมากน้อยเพียงไร? สามารถพิสูจน์ตัวฆาตกรได้ 100% เลยเชียวหรือ? เรามักได้ยินตรรกะที่ว่า “ถ้าเป็นผู้บริสุทธิ์แล้วโอกาสมี DNA ตรงกับในที่เกิดเหตุ มีค่าน้อยมากจนแทบเป็นไปไม่ได้เลย” ดังนั้น “การที่ผู้ต้องสงสัยมี DNA ตรงกับหลักฐาน เราจึงมั่นใจได้เกือบ 100% เลยว่าเขาไม่ใช่ผู้บริสุทธิ์” นี่เป็นตัวอย่างของตรรกะวิบัติของผู้กล่าวหา (Prosecutor’s Fallacy/Paradox) ซึ่งเกิดมาจากความสับสนในหลักความน่าจะเป็นแบบมีเงื่อนไข                 ความน่าจะเป็น (probability) ใช้บอกถึงโอกาสที่เหตุการณ์นั้นจะเกิดขึ้น เป็นทศนิยมระหว่างศูนย์ถึงหนึ่ง หากใกล้หนึ่งแสดงว่าเหตุการณ์นั้นมีโอกาสเกิดขึ้นสูง หากใกล้ศูนย์แสดงว่าโอกาสเกิดน้อย ความน่าจะเป็นแบบมีเงื่อนไข (conditional probability) คือความน่าจะเป็นเมื่อเราทราบว่ามีเหตุการณ์หรือเงื่อนไขบางอย่างเกิดขึ้นแล้ว หรือหลังจากที่เรามีข้อมูลบางอย่างเพิ่มเติม ตัวอย่างเช่น สมมติว่าเราพบนักท่องเที่ยวคนหนึ่งที่วัดพระแก้ว ถ้าเราเห็นเขาถือ UK passport โอกาสที่เขาจะพูดภาษาอังกฤษ น่าจะมีค่าสูงมากใกล้หนึ่ง (แถวที่ 1) …

กฎหมายที่ควรรู้สำหรับคนทำงานไอที

กฎหมายที่ควรรู้สำหรับคนทำงานไอที ในโลกปัจจุบันคำว่า “เทคโนโลยีสารสนเทศ ” กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตและเป็นตัวขับเคลื่อนธุรกิจให้กับองค์กรต่างๆ  ทำให้มีกฎหมายเพื่อใช้สำหรับควบคุมการใช้งานเทคโนโลยีสารสนเทศให้มีความปลอดภัย ถูกต้อง น่าเชื่อถือ และพร้อมใช้งาน คนทำงานไอที ควรให้ความสำคัญกับกฎหมายทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ  เพื่อไม่ให้กระทำผิดต่อกฎหมายโดยไม่รู้ตัว กฎหมายที่ควรให้ความสำคัญเป็นอันดับแรก คือ พระราชบัญญัติว่าด้วยการ กระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 บังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 18 กรกฎาคม 2550 โดยแบ่งเป็น หมวด 1 ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ และหมวด 2  พนักงานเจ้าหน้าที่  โดยสรุปใจความสำคัญและบทลงโทษได้ดังนี้ มาตรา 5 การเข้าถึงระบบคอมพิวเตอร์ของผู้อื่นโดยไม่ได้รับอนุญาต มีโทษปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือทั้งจำทั้งปรับ มาตรา 6 การเปิดเผยมาตรการป้องกนการเข้าถึงคอมพิวเตอร์ที่ผู้อื่นจัดทำขึ้นโดยมิชอบ มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ มาตรา 7 การเข้าถึงข้อมูลคอมพิวเตอร์ของผู้อื่นโดยมิชอบมีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปีหรือปรับไม่เกิน 40,000บาทหรือทั้งจำทั้งปรับ มาตรา 8 …

หลักสูตรปริญญาโทบริหารงานไอทีที่คุณต้องการ หาได้จากนิด้า

หลักสูตรปริญญาโท บริหารงานไอที

หลักสูตรปริญญาโทบริหารงานไอทีที่คุณต้องการ หาได้จากนิด้า ประสบการณ์จากการที่กำลังศึกษาอยู่ในระดับปริญญาโทด้านไอที หลักสูตรบริหารเทคโนโลยีสารสนเทศ (Information Technology Management : ITM)กว่าจะตัดสินใจเรียนต่อในหลักสูตรปริญญาโทนั้น เราใช้เวลาพอสมควรในการเลือก ในการตัดสินใจคิดว่าเราจะเลือกเรียนในหลักสูตรปริญญาโทที่ไหนดีแล้วเราจะเรียนไปเพื่ออะไร การใช้เวลาคิดอยู่นาน ไม่ได้เป็นวันหากแต่เป็นปี ทำงานไอทีด้วยกว่าที่จะหาคำตอบให้กับตัวเองได้ ใช้เวลานานพอสมควร บางคนอาจใช้เวลาคิดไม่นาน บางคนมีความพร้อมทุกอย่าง ทั้งเวลาทั้งค่าใช้จ่ายในการเรียน แต่เรายังต้องคิดถึงเรื่องเวลาในการทำงาน ว่าเราจะมีเวลาเพียงพอที่จะมาเรียนได้มั้ย หรือถ้าให้เรียนวันเสาร์-อาทิตย์ ยังคิดเลยว่าจะเรียนไหวใหม จะมีเวลาได้พักผ่อนใหม เพราะปัจจุบันเราเองยังคงทำงานวันจันทร์-วันศุกร์ และเลิกงานดึก วันเสาร์และอาทิตย์ต้องเรียนหนังสืออีก เวลาพักผ่อนแทบจะไม่มีเลย ไม่มีวันหยุดพักผ่อนเลยก็ว่าได้ แต่สิ่งหนึ่งที่เราคิด คือ เพื่ออนาคตของตัวเราเอง เหนื่อยแต่ไม่นาน การเรียนไม่มีวันหยุดนิ่ง ยิ่งเรียนรู้มาก ยิ่งมีความรู้มาก เราอาจไม่เก่งเหมือนคนอื่น แต่เราเป็นคนที่เรียนรู้ได้  นั่นแหละคือสิ่งที่ทำให้เราตัดสินใจเรียนต่อในหลักสูตรปริญญาโทด้านไอที เพื่อต่อยอดความรู้ความสามารถตามสายงานของเราด้วย สิ่งที่ได้จากการตัดสินใจเรียนต่อในหลักสูตรปริญญาโทด้านไอทีนั้น มันเป็นการเปิดโลกทางความคิดของเราให้กว้างออกไป บางสิ่งไม่เคยรู้จัก ไม่เคยได้เรียนรู้มาก่อน ก็ได้มาเรียนรู้เพิ่มเติม เพิ่มทักษะทางความคิด ทั้งการบริหารงานและการบริหารคน  เป็นการตัดสินใจที่ดีมาก ในแต่ละหลักสูตรวิชาที่ได้เรียนรู้นั้น สอนให้รู้จักคิด วิเคราะห์ และบริหารงาน เราจะบริหารงานของเราเองได้อย่างไรบ้าง ด้วยตัวของเราเองคนเดียว หรือ บริหารงานร่วมกับเพื่อนร่วมทีมของเรา …

Line สติ๊กเกอร์ กับ E-Marketing ที่คาดไม่ถึง !!

รู้จัก Line กันไหมเอ่ย ? ใครจะไปรู้ว่าแอพพลิเคชั่นที่มีชื่อสั้นๆ สุดแสนจะเรียบง่ายอย่าง  “Line“  จะเข้ามาสั่นสะเทือนวงการการสื่อสารผ่านแอพพลิเคชั่นบนโลกออนไลน์ได้อย่างมากมายขนาดนี้ ในปัจจุบันน้อยคนนักที่ไม่รู้จักโปรแกรมยอดฮิตตัวนี้ โดยเฉพาะเหล่าผู้ใช้สมาร์ทโฟนทั้งหลาย เรียกว่าเป็นแอพพลิเคชั่นคู่บุญที่ต้องมาพร้อมกับสมาร์ทโฟนยุคนี้สมัยนี้เลยทีเดียว อีกทั้ง Line ยังเข้ามาล้มคู่แข่งเก๋าๆ ที่ครองคู่อยู่กับประเทศไทยมานานแสนนานให้มลายหายไปในพริบตา ผู้เขียนขอไม่พาดพิงถึงแอพพลิเคชั่นอื่นๆ แต่คิดว่าคุณผู้อ่านทุกท่านน่าจะรู้กันดีว่ามีแอพพลิเคชั่นอะไรที่หายหน้าหายตาไปบ้าง”   เรามาดูคุณสมบัติของแอพพลิเคชั่นนี้กันดีกว่า คุณสมบัติของ Line คือ การติดต่อสื่อสารหากันโดยการส่งข้อความในรูปแบบของ text , video , voice หรือจะเป็นการสนทนาด้วยเสียง (Free Voice Calls), สนทนาแบบกลุ่ม Group Chat , Line Game อันนี้โดดเด่นมาก, Timeline สำหรับโพสท์ status และแชร์ข้อความต่างๆ อีกทั้งการ Add Friends ก็สามารถทำได้จากหลากหลายช่องทาง ทั้งทางเบอร์โทรศัพท์, Line ID , QR Code , Shake it เป็นต้น. แต่ที่สุดแสนจะโดดเด่นโดนใจขาแชทที่เราจะพูดถึงในตอนนี้ก็คือ …

จุดเปลี่ยนของคนทำงานไอที

จุดเปลี่ยนของคนทำงานไอที

จุดเปลี่ยนของคนทำงานไอที คนทำงานไอทีอย่างเราๆ ระหว่างทำงานเคยมีความคิดขึ้นมาในหัวกันหรือไม่ว่าตั้งแต่เรียนจบมา งานที่เราทำอยู่เป็นงานที่เราถนัด? เป็นงานที่รักจะทำจริงๆ? หรือ แม้กระทั่งฉันมีความสามารถกับงานตำแหน่งนี้จริงๆ? คนทำงานไอทีหลายๆ คนคงเคยเจอกับปัญหาที่ว่านั่งๆ ทำงานอยู่แล้วค้นพบว่าตัวเองไม่ได้ชอบ หรือ ไม่ได้ถนัดกับงานที่ทำอยู่เลย แล้วจะทำอย่างไรดีล่ะ??? วันนี้ถ้าคุณทำงานในตำแหน่ง Developer แล้วคุณค้นพบว่าสิ่งที่ทำอยู่ไม่ใช่ตัวคุณ คุณไม่สนุกกับ Coding และไม่สนุกกับการแก้ไข Defect  ของโปรแกรมตัวเอง ถึงเวลาแล้วหรือไม่ที่ต้องมองหาอาชีพอื่น หรือ หาสิ่งที่เหมาะกับตัวเอง แต่เชื่อเถอะค่ะถ้าเราทำงานไอทีมาระยะนึง ครั้นเราจะเปลี่ยนตัวเองไปทำงานด้านอื่นไม่ว่าจะเป็น บัญชี ธนาคาร พนักงานขาย ก็คงไม่สนุกนักกับการปรับตัวหรือเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ที่ไม่ใกล้ตัวเอาซะเลย แต่ถ้าคำตอบของคุณคือยังอยาก “ทำงานไอที” เรามีงานอีกตำแหน่งที่หลายๆ คนอาจไม่เคยได้ยิน หรือ ไม่เคยคุ้นว่าตำแหน่งนี้เค้าทำหน้าที่อะไรกัน แต่เชื่อเถอะค่ะตำแหน่งที่กำลังจะพูดถึงยังคงอยู่ใน SDLC (Software Development Life Cycle)  เกริ่นมาซะยาว… ใบ้ให้ว่างานตำแหน่งนี้ เหมาะกับคนทำงานไอทีที่ไม่ชอบ Coding คนที่ชอบสนุกกับการจับผิด เริ่มสนใจแล้วใช่มั้ยคะ? งานที่พูดถึงก็คืองานส่วนของ  Tester ถ้าพูดแบบนี้ก็ฟังดูเหมือนจะไม่ใช่งานไอทีเท่าไหร่ แต่ถ้าบอกว่า Software House …

ข้อดี ข้อเสีย ของ eBusiness

เราทราบถึง eBusiness คืออะไรแล้ว ตอนนี้เรามาดูกันดีกว่าว่าการนำ eBusiness มาใช้กับธุรกิจแล้วจะมีประโยชน์อะไรบ้าง ลดต้นทุน ระบบ eBusiness นั้นไม่จำเป็นจะต้องมีหน้าร้าน ไม่ต้องเช่าสถานที่ในการเปิดร้าน สามารถใช้พื้นที่ในโลก Internet เป็นหน้าร้านของเจ้าของธุรกิจได้เอง ซึ่งทำให้การว่าจ้างพนักงานลดน้อยลง จนกระทั่งอาจไม่จำเป็นต้องจ้างพนักงานเลยก็ได้ เพิ่มช่องทาง เข้าถึงง่าย ไร้พรมแดน เนื่องจากปัจจุบันสามารถเข้าถึงโลก Online ได้ง่ายไม่ว่าจะจากทาง PC, Mobile, Tablet หรือ Device อื่นๆ ดังนั้น eBusiness จึงเป็นการเพิ่มช่องทางการเข้าถึงธุรกิจของเรามากขึ้น ถึงแม้ว่าจะอยู่ส่วนไหนในโลกก็ตามหากเพียงแต่มี Internet เท่านั้น ก็จะสามารถเข้าถึงช่องทางนี้ได้อย่างอิสระ รวมทั้งยังเปิดดำเนินการตลอด 24 ชั่วโมงโดยไม่จำเป็นต้องมีพนักงานหน้าร้านด้วย สะดวกสบาย รวดเร็ว ลดปัญหาเรื่องการเดินทาง เปรียบเทียบง่ายๆถ้าหากต้องการโอนเงิน ก็สามารถเข้าเวปไซต์ธนาคารเพื่อโอนเงินได้เลยทันทีเพียงแค่เราได้สมัครบริการออนไลน์กับทางธนาคารไว้ ซึ่งจะลดเวลาในการเดินทางไปยังธนาคารและการรอคิวเพื่อทำธุรกรรม แถมยังไม่ต้องกังวลว่าจะไปทันเวลาเปิดให้บริการของธนาคารหรือไม่ การตอบสนองที่ทันใจ หากลูกค้าต้องการหาสินค้าชนิดใดชนิดหนึ่ง และต้องการทราบรายละเอียดสินค้านั้นๆ ลูกค้าก็สามารถหาข้อมูลนั้นๆผ่าน Internet ได้อย่างรวดเร็วทันใจ หรือแม้กระทั่งหากลูกค้าต้องการซื้อสินค้า ไม่ว่าจะอยู่ที่ใด ลูกค้าก็สามารถสั่งซื้อสินค้าได้ โดยที่ไม่ต้องเดินทางไปซื้อในห้างสรรพสินค้าหรือสถานที่ต่างๆ …