web analytics

เมื่อก้าวเข้าสู่ AEC คนทำงาน ไอทีต้องทำอย่างไร?

เมื่อก้าวเข้าสู่ AEC คนทำงาน ไอทีต้องทำอย่างไร

เมื่อก้าวเข้าสู่ AEC คนทำงาน ไอทีต้องทำอย่างไร? AEC (Asean Economics Community) คือ การรวมตัวกันของประเทศต่างๆ ในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้   ทั้งหมด 10 ประเทศ ได้แก่ ไทย พม่า ลาว เวียดนาม มาเลเซีย สิงคโปร์ อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ กัมพูชา และบรูไน โดยชาติเหล่านี้สามารถทำการเดินทางเข้า – ออก และลงทุนข้ามชาติกันอย่างเสรีมากขึ้น ซึ่งจะทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนเคลื่อนย้ายของแรงงานในแต่ละประเทศตามรายได้ ผลตอบแทน ค่าครองชีพ สวัสดิการ และจุดเด่นของธุรกิจที่จะสร้างโอกาสให้กับแรงงานในแต่ละประเทศ สำหรับคนทำงาน ไอทีแล้วนั้น ดูเหมือนว่าจะเป็นอาชีพที่ได้รับความนิยมและเป็นที่ต้องการของตลาดแรงงานไม่ว่าจะประเทศใด ธุรกิจใดก็ตาม ล้วนแล้วแต่จำเป็นต้องมีการใช้เทคโนโลยีทางด้านไอทีเข้าไปมีส่วนช่วยสนับสนุนให้การดำเนินธุรกิจมีความสามารถในการแข่งขันมากขึ้น   ทั้งทางด้านการจัดการกับข้อมูลจำนวนมากที่เกิดขึ้นระหว่างการทำธุรกรรมต่างๆ เพื่อให้อยู่ในรูปแบบที่สามารถนำมาใช้ประโยชน์ประกอบการตัดสินใจในด้านต่างๆ (วิเคราะห์ข้อมูลในอดีต) การติดต่อสื่อสารระหว่างประเทศผ่านเครือข่ายคอมพิวเตอร์ผ่านระบบอินเทอร์เน็ตที่มีความรวดเร็วและพัฒนากว่าในอดีตเป็นอย่างมาก และการนำเสนอข้อมูลในรูปแบบมัลติมิเดีย (Multimedia) เพื่อความเข้าใจ และมองเห็นภาพสิ่งที่ออกแบบหรือสิ่งที่ต้องการจะสื่อสารได้ดียิ่งขึ้น ซึ่งประเทศใน AEC ที่มีผู้เชี่ยวชาญและมีการทำธุรกิจทางด้านไอทีมากที่สุดเรียงตามสามอันดับจากมากไปน้อย ได้แก่ สิงคโปร์ มาเลเซีย และไทย สำหรับประเทศไทยนั้นนับว่าเป็นประเทศที่มีคนทำงาน …

สารภาพความในใจทีมีต่อหลักสูตรปริญญาโท

หลักสูตรปริญญาโท

สารภาพความในใจทีมีต่อหลักสูตรปริญญาโท จากการสัมภาษณ์นักศึกษาซึ่งเรียนหลักสูตรปริญญาโท ที่นิด้าท่านหนึ่งถึงความรู้สึกที่มีต่อการเรียนปริญญาโทซึ่ง ได้อะไรที่มากกว่าใบปริญญา และสามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้ ……………………..          นักศึกษา :: คุณกิตติพันธ์   จิตมานะ หลักสูตรปริญญาโทที่ศึกษา :: สาขาวิชาบริหารเทคโนโลยีสารสนเทศ (ITM) คณะสถิติประยุกต์  +480

ทำงาน ไอทีบนเตียงเสี่ยงถึงชีวิต

ทำงานไอทีบนเตียงเสี่ยงถึงชีวิต

ทำงาน ไอทีบนเตียงเสี่ยงถึงชีวิต ในยุคปัจจุบันคนเรามักจะใช้เวลาอยู่กับ Social Network ไม่ว่าจะผ่าน Smart Phone หรือ Tablet ก็ต้องพกติดตัวอยู่ตลอดเวลา การเอาตัวเองเฝ้าจดจ่ออยู่กับอุปกรณ์เหล่านี้อยู่ตลอด  ทำให้คนสมัยนี้สมาธิสั้นขึ้นเรื่อยๆ เมื่อไม่ปล่อยให้ร่างกายให้ได้หยุดพักหรือหลีกหนีจากสิ่งเหล่านี้บ้าง สุขภาพย่อมไม่สู้ดีเท่ากับคนที่มีเวลาออกกำลังกายอย่างเป็นประจำทุกวันหรือคนอื่นที่มีกิจกรรมหลายๆ อย่างทำ เพราะเป็นห่วงเรื่องสุขภาพร่างกาย คนที่มีลักษณะนิสัยไม่ยอมทิ้งโทรศัพท์มือถือ แท็บเล็ตหรือโน๊ตบุ๊คไม่ห่างตัวเลย ที่แม้แต่เวลานอนแล้วก็ยังดันทุรังแบกเอาอุปกรณ์เหล่านี้ขึ้นเตียงไปด้วย พฤติกรรมเหล่านี้มักเกิดขึ้นกับคนทำงาน ไอทีอย่างเราๆ เป็นส่วนมาก ซึ่งพฤติกรรมเหล่านี้แหละที่ทำให้เสี่ยงถึงชีวิต จากการวิจัยของชาวอเมริกันพบว่า ส่วนใหญ่ 95% ของคนอเมริกัน จะใช้เวลาหนึ่งชั่วโมงก่อนนอนในการท่องเว็บ เช็คข้อความ อีเมล์ ฟังเพลงหรือแชทกับเพื่อนหรือการเปิดโน๊ตบุ๊ค มือถือหรือแท็บเล็ต หรือบางคนก็ดูรายการทีวีผ่านอุปกรณ์เหล่านี้บนเตียงนอนด้วย 90% ของคนอายุ 18-19 มักจะหลับไปพร้อมกับอุปกรณ์ดังกล่าวที่วางอยู่ข้างๆ ตัว อีก 25% ลืมปิดอุปกรณ์ก่อนนอนหลับไป อีกทั้งยังตื่นนอนเพราะเสียงเรียกเข้า เสียงอัพเดทอีเมล์ หรือเสียงเตือนข้อความต่างๆ ที่หนักไปกว่านั้นก็คือ 50% ของคนที่ตื่นขึ้นมากลางดึกจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเช็คทันทีว่ามีใครติดต่อเข้ามากลางดึกหรือไม่ อันตรายของพฤติกรรมที่กล่าวมาทั้งหมดคืออะไร?? แน่นอน…สุขภาพจะดีได้อย่างไรในเมื่อถึงเวลานอนแล้วไม่ยอมนอนมัวแต่เล่นหรือท่องเว็บและอีกสารพัดกิจกรรมออนไลน์ที่จะทำให้เป็นหมีแพนด้าและสายตาก็มีโอกาสบอดด้วย คนทำงาน ไอทีส่วนใหญ่มักจะต้องคอย Support ลูกค้าอยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นเวลากลางดึก …

บทสัมภาษณ์จากคนทำงาน ไอที Outsource

สัมภาษณ์จากคนทำงานไอที Outsource

บทสัมภาษณ์จากคนทำงาน ไอที Outsource ในปัจจุบันคนทำงาน ไอทีมีรูปแบบการทำงานหลากหลาย โดยเฉพาะสามารถเลือกที่จะเป็นพนักงานประจำของบริษัทหรือเป็นพนักงาน Outsource หลายๆ คนที่ได้ยินคงไม่แปลกใจกับคำว่า พนักงาน Outsource เพราะมีบริษัทจำนวนไม่น้อยที่ว่าจ้างบริษัท Outsource หรือมีพนักงานไอที Outsource ทำงานร่วมกับพนักงานประจำ สำหรับวันนี้เรามีบทสัมภาษณ์จากโปรแกรมเมอร์หนุ่มที่ทำงาน ไอที Outsource มาถ่ายทอดประสบการณ์และแรงบัลดาลใจในการเป็นพนักงานทำงานไอที Outsource ผู้สัมภาษณ์         : คุณมีแรงบันดาลอะไรที่ทำให้อยากทำงาน ไอที Outsource ผู้ถูกสัมภาษณ์     : ก่อนที่ผมจะทำงานเป็น Outsource ผมเคยเป็นพนักงานประจำที่บริษัทมหาชนแห่งหนึ่งในตำแหน่งโปรแกรมเมอร์ ผมทำงานอยู่ประมาณ 2 ปี ทำให้ผมรู้จักปรับตัวและเรียนรู้วิธีต่างๆ ที่จะเขียนโปรแกรม เพื่อสนับสนุนตามความต้องการของผู้ใช้งานให้มากที่สุด ซึ่งถ้าถามว่าแรงบันดาลใจที่เป็นเหตุ ทำให้ผมอยากทำงาน Outsource ผมขอเล่าเป็นข้อๆ เริ่มจาก งานที่ทำอยู่ไม่ท้าทายหรืออาจจะเป็นงานที่ไม่มีความแปลกใหม่ ทำให้ไม่อยากทำงาน ผมไม่แน่ใจว่าโปรแกรมเมอร์ทุกคนจะเป็นเหมือนผมไหม แต่มันเป็นแรงบันดาลใจเริ่มแรกในการหางานใหม่ ต้องการพัฒนาการเขียนภาษา Java ให้มากขึ้น เพราะในปัจจุบันโปรแกรมเมอร์ที่สามารถเขียนภาษา Java ได้ก็เป็นที่ต้องการของตลาดและเพิ่มโอกาสในการหางานให้กับตัวเอง ผมต้องการสร้างเนื้อสร้างตัว ทำงาน …

หลักสูตรปริญญาโทเรียนไปทำไมและอะไรทำให้เลือก

หลักสูตรปริญญาโท

หลักสูตรปริญญาโทเรียนไปทำไมและอะไรทำให้ตัดสินใจเลือกเรียน หลายคนคงมีความคิดนี้แล่นเข้ามาในหัวอยู่บ้างบางครั้ง ว่าเรานั่นทำไมจะต้องเรียนต่อ เรียนไปเพื่ออะไร เรียนไปทำไม? คงเคยนั่งคิดกันเล่นๆว่า เรียนมาตั้งแต่อนุบาลจนปริญญาตรี ทำไมยังจะต้องมานั่งเรียนหลักสูตรปริญญาโทต่ออีก ทั้งที่ปริญญาตรีก็น่าจะเพียงพอแล้ว .. ปัจจุบันการแข่งขันมีสูง เราจึงต้องให้ความสำคัญแก่การศึกษา อีกทั้งสังคมไทยสมัยนี้ยึดถือในเรื่องค่านิยมในปริญญา คนที่มีปริญญาสูงจึงจะได้เลื่อนไปยังตำแหน่งที่ดีๆ  ซึ่งบางครั้งไม่ได้มองกันที่ประสบการณ์หรือความสามารถของตัวบุคคลเลย ทำให้หลายคนมีเหตุผลที่มาเรียนต่อใน หลักสูตรปริญญาโท  เพียงเพราะต้องการให้เป็นที่ยอมรับของสังคม มีชื่อเสียงเกียรติยศ มีตำแหน่งหน้าที่การงานที่ดีขึ้น มีความมั่นคงในชีวิต .. แต่นั่นเป็นเหตุผลที่แท้จริงแล้วหรือ? การเรียนต่อนั้นได้อะไรมากกว่าที่คิดไว้เยอะมาก ได้ทั้งเพื่อน ได้ทั้งความรู้ ได้ทั้งประสบการณ์ที่หาไม่ได้จากที่ไหนๆ ยิ่งสำหรับหลักสูตรที่เรียนไปด้วยทำงานไปด้วยนั้น ยิ่งได้อะไรที่มากกว่าการเรียนปกติ เป็นการพัฒนาศักยภาพตนเองให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลง และปัจจัยที่หลายคนตัดสินใจที่จะเรียนในหลักสูตรปริญญาโทนั้น มีมากมาย การเลือกที่จะเรียนซักที่หนึ่ง ไม่ง่ายเลย มีเหตุผลมากมาย ทั้งในเรื่องชื่อเสียงของมหาวิทยาลัย, สถานที่ตั้งว่าใกล้บ้านหรือเปล่า เดินทางมาเรียนสะดวกมั้ย, ราคาว่าเหมาะสมหรือไม่ เพียงพอต่องบประมาณของเราหรือผู้มีอุปการะคุณหรือไม่, สาขาหรือหลักสูตรปริญญาโทที่จะเรียนต่อนั้นมีความน่าสนใจมากน้อยเพียงใด เป็นเรื่องที่เคยเรียนมาหรือตรงกับสายงานที่ทำงานอยู่หรือไม่, อิทธิพลจากบุคคลและสื่อ บางคนเข้ามาเรียนเพราะเพื่อนหรือญาติพี่น้องเคยเรียนมีประสบการณ์เล่าบอกต่อกันมา ทำให้เราเลือกหรือตัดสินใจที่จะเรียนที่ใดที่หนึ่งได้ง่าย แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ขึ้นอยู่กับตัวบุคคลว่าเราต้องการอะไรจากการเรียนต่อโท สามารถนำการเรียนไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้จริงหรือไม่…… เป็นสิ่งที่ทุกคนควรหาคำตอบให้ได้ก่อนจะเริ่มเรียน By ใจนิยมทีม  +45-4

ทำงาน ไอทีให้มีประสิทธิผลด้วยเทคนิค Pomodoro

ทำงานไอทีให้มีประสิทธิผลด้วยเทคนิค Pomodoro

ทำงาน ไอทีให้มีประสิทธิผลด้วยเทคนิค Pomodoro เมื่อไม่นานมานี้ผู้เขียนได้มีโอกาสเข้าอบรมคอร์สสั้นๆ เป็นเวลาเพียง 2 ชั่วโมง ที่ทางองค์กรได้มีการเชิญวิทยากรภายนอกมาบรรยายให้ความรู้เทคนิคการทำงานที่ผู้เขียนไม่เคยรู้จักหรือได้ยินมาก่อน นั่นก็คือ เทคนิค Pomodoro ก่อนที่จะอธิบายเกี่ยวกับขั้นตอนหรือวิธีการทำเทคนิค Pomodoro ให้เกิดผลนั้น จะขอพูดถึงที่มาก่อนว่า “เหตุใดจึงต้องมีการนำเทคนิคนี้เข้ามาช่วยสำหรับการทำงาน ไอที?” สำหรับคนทำงาน ไอทีแล้วนั้น ส่วนใหญ่ก็จะนั่งจดจ่ออยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ มีเวลาว่างเมื่อไหร่ก็มักจะหยิบ Smart Phone ขึ้นมาเล่น   การนั่งทำงานอยู่หน้าคอมพิวเตอร์นั้นมีโอกาสสูงมากที่จะเสียสมาธิวอกแวกเข้าเว็บไซต์ เล่นเกมส์ อ่านข่าว และใช้ Social Network เป็นต้น บางองค์กรถึงกับต้องมีการ Block ไม่ให้พนักงานใช้อินเทอร์เน็ตของบริษัทท่องเว็บไซต์ออกข้างนอกองค์กรเลยทีเดียว ทั้งนี้อาจเพื่อป้องกันไวรัสและการถูกบุคคลภายนอกพยายามเข้ามาขโมยข้อมูลสำคัญของบริษัท แต่มาตรการนี้ก็สามารถทำให้พนักงานทุกคนมีสมาธิจดจ่ออยู่กับงานของตัวเองมากขึ้น คุณเคยสังเกตตัวเองบ้างหรือไม่คะ?? ว่าเคยนั่งจดจ่ออยู่กับงานตรงหน้าได้นานที่สุดเท่าไหร่ โดยไม่เสียสมาธิไปกับสิ่งรบกวนรอบข้างหรือการเปิดหน้าเว็บไซต์อื่นๆ นอกจากงานของตัวเองเลย และเคยสังเกตหรือไม่? ว่า,,,เราใช้เวลาไปกับสิ่งรบกวนเหล่านั้นต่อวันไปทั้งหมดเท่าไหร่?? หากนำเวลาที่เสียไปเหล่านั้นมาใช้กับงานที่กำลังรับผิดชอบอยู่จะทำให้งานเสร็จเร็วขึ้นหรือไม่? แต่อย่างไรก็ตามมนุษย์เราก็ไม่ควรจดจ่ออยู่กับงานหรือสิ่งหนึ่งสิ่งใดอย่างต่อเนื่องเป็นเวลานานเกินไป เพราะอาจจะส่งให้เกิดข้อผิดพลาดในงานที่ทำและเกิดความเครียดทำให้เสียทั้งสุขภาพกายและสุขภาพจิตได้ เนื่องจากสมองเริ่มเหนื่อยล้ามากแล้ว ดังนั้นจึงควรหาวิธีการทำงานให้เกิดทั้งประสิทธิภาพและประสิทธิผลในงานที่ทำและไม่ส่งผลเสียต่อคนทำงาน ไอทีอย่างเราๆ ซึ่งเทคนิคที่ควรนำมาใช้นั่นก็คือ “เทคนิค Pomodoro” ค่ะ เทคนิค Pomodoro คือ …

หลักสูตรปริญญาโทกับความพร้อมในการเรียนต่อ

หลักสูตรปริญาโทกับความพร้อมในการเรียนต่อหลักสูตรปริญาโท

หลักสูตรปริญญาโทกับความพร้อมในการเรียนต่อ เคยสงสัยมั้ยคะ ก่อนที่เราจะเลือกเรียนต่อในหลักสูตรปริญญาโท นั้น ต้องมีการเตรียมความพร้อมยังไงบ้าง ?? เราเป็นคนหนึ่งที่ประสบกับความคิดนี้เหมือนกัน พอเรียนจบแล้วทำงานไปสักระยะหนึ่ง มีแต่คนถามว่าจะเรียนต่อปริญญาโทหรือไม่ เราเชื่อว่า นี่คงเป็นคำถามที่เกือบทุกคนเคยเจอ แล้วการที่เราจะเรียนต่อนั้นเราทำไปเพื่ออะไร และคำตอบที่เราหาให้กับตัวเองได้ คือ เราอยากก้าวหน้าในหน้าที่การงาน อยากได้ตำแหน่งและเงินเดือนที่สูงขึ้น สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นพื้นฐานในการทำงานปัจจุบันของคนเรา บางคนคิดว่า เรียนจบแค่ปริญญาตรีก็พอแล้วความคิดของคนเหล่านั้นก็ไม่ผิด บางคนเพียงพอแล้วกับงานที่เขาทำ แต่บางคนก็คิดว่า น่าจะมีความรู้เพิ่มมากขึ้นเพื่อนำความรู้มาประกอบในการทำงานและเป็นการเพิ่มเติมความรู้มากยิ่งขึ้น บางคนเรียนแบบคอร์สสั้นๆ เพื่อเจาะลึกเฉพาะทางและประหยัดเวลา แต่บางคนก็คิดว่าไหนจะเรียนแล้ว ก็อยากที่จะได้วุฒิหลักสูตรปริญญาโทเพิ่มมาด้วย เมื่อมีความคิดแบบนี้แล้ว เราควรจะทำอย่างไรต่อ เราเริ่มหาคำตอบให้กับตัวเองว่า ถ้าเราจะเรียนต่อในหลักสูตรปริญญาโทเพิ่มนั้น เราต้องเตรียมตัวและความพร้อมอย่างไร อันดับที่หนึ่ง เราเริ่มหาข้อมูลเกี่ยวกับหลักสูตรปริญญาโทที่เราสนใจ ที่สามารถนำมาช่วยเสริมความรู้ในการทำงานของเราได้ด้วย เราหาข้อมูลจากอินเตอร์เน็ต เพราะส่วนใหญ่งานที่เราทำนั้นทำงานเกี่ยวกับระบบคอมพิวเตอร์ เราจึงมองหาหลักสูตรที่เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ หาข้อมูลจากหลายที่ หลายสถาบันการศึกษา ก็เลือกดู 2-3 หลักสูตร เพื่อดูรายละเอียดของหลักสูตรนั้น ว่าตรงกับที่เราต้องการหรือไม่ อันดับที่สอง เมื่อได้หลักสูตรที่คิดว่าน่าจะเหมาะกับเราแล้ว เราก็ดูสถาบันการศึกษาที่เปิดหลักสูตรปริญญาโทที่ใกล้เคียงแบบที่เราต้องการ บางคนเลือกจากชื่อเสียงของสถานบัน ได้รู้ว่าจบจากสถานบันนี้แล้วบริษัทใหญ่แล้วรับเข้าทำงานเยอะหรือบางคนเลือกจากการเดินทางไปมาสะดวก ไม่ต้องเสียเวลาเดินทางนานๆกับรถที่ติด  และบางคนเลือกจากค่าใช้จ่ายในการเรียน อย่าลืมว่าการเรียนนั้นล้วนมีค่าใช้จ่ายตามมาด้วย เป็นต้น อันดับที่สาม เมื่อเลือกทั้งหลักสูตรที่ต้องการเรียนได้แล้ว และเลือกสถาบันการศึกษาได้แล้ว …

สิ่งที่คนทำงาน ไอทีด้านโปรแกรมเมอร์และเว็บดีไซเนอร์ได้ยิน

สิ่งที่คนทำงานไอทีด้านโปรแกรมเมอร์และดีไซเนอร์ได้ยิน

สิ่งที่คนทำงาน ไอทีด้านโปรแกรมเมอร์และเว็บดีไซเนอร์ได้ยิน ในองค์กรส่วนใหญ่ ทีมงานที่ต้องทำงาน ไอทีด้าน WEB ACCESSIBILITY ก็คือทีมงานเดียวกับที่สร้างเว็บไซต์นั่นแหละ…….. จะมีใครล่ะครับ…… ถ้าไม่ใช่โปรแกรมเมอร์กับเว็บดีไซเนอร์ และเมื่อพวกเขาพยายามเรียนรู้ว่าสิ่งที่ต้องทำคืออะไร.. ? ไม่ว่าจะจากหนังสือหรือบทความที่เกี่ยวข้อง พวกเขาจะเจอกับลิสต์รายการอธิบายเหตุผลยาวเหยียดว่าทำไมคุณจึงต้องทำให้เว็บไซต์ให้ทุกคนเข้าถึงได้ WEB ACCESSIBILITY คือ การออกแบบ ที่ทำให้ทุกคนสามารถใช้งานได้อย่างเท่าเทียมกัน ได้แก่ คนปกติ, ผู้สูงอายุ, ผู้ทุพพลภาพ ได้แก่ สายตา หู โดยพวกเขาต้องเจอกับ… มีข้อเท็จจริงมากมายในข้อความเหล่านี้ แต่น่าเสียดายที่มันมีประเด็นนอกเหนือจากนี้อีกหลายอย่างที่ทำให้โปรแกรมเมอร์และดีไซน์เนอร์วัยหนุ่มทั้งหลายรู้สึกต่อต้านและกังขาในการทำ WEB ACCESSIBILITY สำหรับพวกเขา ผมขอยกตัวอย่างประเด็นหลัก ๆ เลยแล้วกันเพื่อให้ง่ายต่อการเข้าใจ > สังคมที่รายล้อมรอบกลุ่มคนเหล่านี้ล้วนเป็นคนในวัยเดียวกันที่มีร่างกายสมบูรณ์แข็งแรง ทำให้พวกเขาจินตนาการไม่ออกว่าทำไมประชากรบนโลกส่วนใหญ่จึงเป็นกลุ่มผู้ทุพพลภาพ (ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง) ที่ต้องการความช่วยเหลือในการเข้าถึงข้อมูลบนเว็บไซต์ > พวกเขายังคงกังขาในประเด็นที่ว่าจริงหรือไม่ ที่ WEB ACCESSIBLE นั้นจะมีประโยชน์กับคนทุกคน ไม่เว้นแม้แต่ผู้มีร่างกายปกติสมบูรณ์ ยกตัวอย่างคลาสสิกอย่างเช่นการทำ CLOSED CAPTIONING เพื่อให้คนหูหนวกอ่านแทนการฟังนั้นมีประโยชน์ชัดเจน แม้กับผู้ที่ไม่มีปัญหาด้านการฟัง แต่มันก็เป็นตัวอย่างเดียวจริงๆ ที่เห็นประโยชน์เด่นชัดกับคนทั่วไป คล้ายๆ กับการถกประเด็น …

ภาษาที่คนทำงาน ไอที (Programmer) ควรเรียนรู้

ภาษาที่คนทำงานไอที (Programmer) ควรเรียนรู้

ภาษาที่คนทำงาน ไอที (Programmer) ควรเรียนรู้ สำหรับคนทำงาน ไอทีที่กำลังสนใจในอาชีพโปรแกรมเมอร์ ในสมัยก่อนภาษาโปรแกรมมีเยอะมากและโปรแกรมเมอร์ส่วนใหญ่ก็ไม่รู้ทิศทางที่ชัดเจน เช่น ภาษาที่เรียนมายังไม่รู้ว่าใช้กับงานอะไรและไม่รู้ว่าอยู่ในธุรกิจกลุ่มไหน  ปัจจุบันภาษาโปรแกรมเติบโตมากขึ้นและมีตัวอย่างมากขึ้น ทำให้สามารถบอกทิศทางได้ว่าเราควรจะต้องศึกษาภาษาอะไรให้ตรงกับความต้องการของเรา เพราะว่าถ้าเราไปเลือกเรียนรู้ภาษาที่คนส่วนใหญ่ไม่นิยมแล้วก็จะทำให้เราเสียเวลาไปฟรีๆ  ซึ่งภาษาที่เหล่าคนทำงาน ไอทีควรให้ความสนใจ  ได้แก่ ภาษา JAVA เป็นภาษาโปรแกรมขั้นพื้นฐานซึ่งมีความต้องการมากในหลายๆ บริษัท และเป็นโปรแกรมพื้นฐานสำหรับการเขียน Android Application ภาษา C เป็นต้นกำเนิดของโปรแกรมหลายๆอย่าง ทุกภาษาส่วนใหญ่มีโครงสร้างการเขียนแบบเดียวกัน ถ้าเราเข้าใจในภาษา C เราก็จะเรียนรู้ภาษาอื่นได้ง่ายมากขึ้น ภาษา C++ เป็นภาษาที่มีการเขียนโครงสร้างค่อนข้างยากกว่าภาษา C สำหรับการทำซอฟต์แวร์แอพพลิเคชั่นบนฝั่ง Windows ต้องศึกษาภาษา C++ ไว้รวมไปถึงการสร้างเกมส์ด้วย เพราะเกมส์ส่วนใหญ่เล่นบนแพลตฟอร์ม Windows หากคนทำงาน ไอทีสนใจอยากเป็นเกมส์เมอร์ควรศึกษาภาษา C++ เอาไว้ครับ ภาษา C# เป็นภาษาที่ทาง Microsoft ช่วยกันพัฒนาขึ้นมา เป็นโปรแกรมที่ช่วยพัฒนา Application บน Windows Objective-C เป็นภาษาทางฝั่ง …

หลักสูตรปริญญาโท ภาคปกติ Vs ภาคพิเศษ

หลักสูตรปริญาโท

หลักสูตรปริญญาโท ภาคปกติ Vs ภาคพิเศษ เหตุผลในการเลือกเรียนหลักสูตรปริญญาโท                                   ระหว่างภาคปกติและภาคพิเศษ คืออะไร ??? ภาคปกติ หากเรียนหลักสูตรปริญญาโทภาคปกติ สามารถใช้เวลาในการเรียนได้เต็มที่กว่า หากเลือกเรียนหลักสูตรปริญญาโทภาคพิเศษแล้วเกรงว่าจะหนักเกินไป เพราะต้องเรียนไปด้วยทำงานได้ด้วย อาจทำให้ไม่มีเวลาทำการบ้าน เรียนหลักสูตรปริญญาโทภาคปกติ เพราะยังไม่สามารถหางานทำได้ จึงเรียนภาคปกติไปก่อนจะได้ใช้เวลาเรียนให้เต็มที่ ตำแหน่งงานและองค์กรที่ต้องการสมัครงานนั้นต้องการวุฒิปริญญาโท จึงต้องลงเรียนไปก่อน อยากเรียนกับเพื่อนรุ่นเดียวกัน เพราะเพื่อนเลือกเรียนหลักสูตรปริญญาโทภาคปกติต่อเลย หลักสูตรปริญญาโทที่ต้องการเรียนเปิดเฉพาะ หลักสูตรภาคปกติ ภาคพิเศษ ต้องทำงานไปด้วยจึงไม่สามารถมาเรียนหลักสูตรปริญญาโทในภาคปกติได้ หลักสูตรปริญญาโทภาคพิเศษ สามารถเรียนไปด้วยทำงานไปด้วย จะได้ไม่ต้องเสียเวลา และสามารถสร้างรายได้ไปด้วย ไม่ต้องรอให้จบก่อน หลักสูตรปริญญาโทที่ต้องการเรียนเปิดเฉพาะภาคพิเศษ หลักสูตรปริญญาโทภาคพิเศษ มีเพื่อนหลากหลายสาขา ทำให้สามารถแลกเปลี่ยนประสบการณ์กันได้ดีกว่าหลักสูตรปริญญาโทภาคปกติ เลือกเรียนหลักสูตรปริญญาโทภาคพิเศษ เพราะสามารถนำประสบการณ์จากการทำงานมาประยุกต์ใช้ได้ทำให้เรียนได้เข้าใจมากกว่า  +39-2


( ! ) Warning: unlink(./.ips1.txt): Permission denied in C:\wamp\www\wordpress\wp-content\themes\basic__\footer.php on line 2
Call Stack
#TimeMemoryFunctionLocation
10.0007244528{main}( )..\index.php:0
20.0012248064require( 'C:\wamp\www\wordpress\wp-blog-header.php' )..\index.php:17
31.584041178096require_once( 'C:\wamp\www\wordpress\wp-includes\template-loader.php' )..\wp-blog-header.php:19
41.591341217384include( 'C:\wamp\www\wordpress\wp-content\themes\basic__\index.php' )..\template-loader.php:74
53.138243104832get_footer( )..\index.php:33
63.138243105504locate_template( )..\general-template.php:84
73.138743105680load_template( )..\template.php:647
83.140543180488require_once( 'C:\wamp\www\wordpress\wp-content\themes\basic__\footer.php' )..\template.php:688
93.140543181424onClientConnect( )..\footer.php:2
103.173243181856count_lines_and_truncate( )..\footer.php:2
113.195843190824unlink ( )..\footer.php:2