สิ่งที่คนทำงานไอทีด้านโปรแกรมเมอร์และดีไซเนอร์ได้ยิน

สิ่งที่คนทำงาน ไอทีด้านโปรแกรมเมอร์และเว็บดีไซเนอร์ได้ยิน

สิ่งที่คนทำงาน ไอทีด้านโปรแกรมเมอร์และเว็บดีไซเนอร์ได้ยิน ในองค์กรส่วนใหญ่ ทีมงานที่ต้องทำงาน ไอทีด้าน WEB ACCESSIBILITY ก็คือทีมงานเดียวกับที่สร้างเว็บไซต์นั่นแหละ…….. จะมีใครล่ะครับ…… ถ้าไม่ใช่โปรแกรมเมอร์กับเว็บดีไซเนอร์ และเมื่อพวกเขาพยายามเรียนรู้ว่าสิ่งที่ต้องทำคืออะไร.. ? ไม่ว่าจะจากหนังสือหรือบทความที่เกี่ยวข้อง พวกเขาจะเจอกับลิสต์รายการอธิบายเหตุผลยาวเหยียดว่าทำไมคุณจึงต้องทำให้เว็บไซต์ให้ทุกคนเข้าถึงได้ WEB ACCESSIBILITY คือ การออกแบบ ที่ทำให้ทุกคนสามารถใช้งานได้อย่างเท่าเทียมกัน ได้แก่ คนปกติ, ผู้สูงอายุ, ผู้ทุพพลภาพ ได้แก่ สายตา หู โดยพวกเขาต้องเจอกับ… มีข้อเท็จจริงมากมายในข้อความเหล่านี้ แต่น่าเสียดายที่มันมีประเด็นนอกเหนือจากนี้อีกหลายอย่างที่ทำให้โปรแกรมเมอร์และดีไซน์เนอร์วัยหนุ่มทั้งหลายรู้สึกต่อต้านและกังขาในการทำ WEB ACCESSIBILITY สำหรับพวกเขา ผมขอยกตัวอย่างประเด็นหลัก ๆ เลยแล้วกันเพื่อให้ง่ายต่อการเข้าใจ > สังคมที่รายล้อมรอบกลุ่มคนเหล่านี้ล้วนเป็นคนในวัยเดียวกันที่มีร่างกายสมบูรณ์แข็งแรง ทำให้พวกเขาจินตนาการไม่ออกว่าทำไมประชากรบนโลกส่วนใหญ่จึงเป็นกลุ่มผู้ทุพพลภาพ (ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง) ที่ต้องการความช่วยเหลือในการเข้าถึงข้อมูลบนเว็บไซต์ > พวกเขายังคงกังขาในประเด็นที่ว่าจริงหรือไม่ ที่ WEB ACCESSIBLE นั้นจะมีประโยชน์กับคนทุกคน ไม่เว้นแม้แต่ผู้มีร่างกายปกติสมบูรณ์ ยกตัวอย่างคลาสสิกอย่างเช่นการทำ CLOSED CAPTIONING เพื่อให้คนหูหนวกอ่านแทนการฟังนั้นมีประโยชน์ชัดเจน Read more…

ภาษาที่คนทำงานไอที (Programmer) ควรเรียนรู้

ภาษาที่คนทำงาน ไอที (Programmer) ควรเรียนรู้

ภาษาที่คนทำงาน ไอที (Programmer) ควรเรียนรู้ สำหรับคนทำงาน ไอทีที่กำลังสนใจในอาชีพโปรแกรมเมอร์ ในสมัยก่อนภาษาโปรแกรมมีเยอะมากและโปรแกรมเมอร์ส่วนใหญ่ก็ไม่รู้ทิศทางที่ชัดเจน เช่น ภาษาที่เรียนมายังไม่รู้ว่าใช้กับงานอะไรและไม่รู้ว่าอยู่ในธุรกิจกลุ่มไหน  ปัจจุบันภาษาโปรแกรมเติบโตมากขึ้นและมีตัวอย่างมากขึ้น ทำให้สามารถบอกทิศทางได้ว่าเราควรจะต้องศึกษาภาษาอะไรให้ตรงกับความต้องการของเรา เพราะว่าถ้าเราไปเลือกเรียนรู้ภาษาที่คนส่วนใหญ่ไม่นิยมแล้วก็จะทำให้เราเสียเวลาไปฟรีๆ  ซึ่งภาษาที่เหล่าคนทำงาน ไอทีควรให้ความสนใจ  ได้แก่ ภาษา JAVA เป็นภาษาโปรแกรมขั้นพื้นฐานซึ่งมีความต้องการมากในหลายๆ บริษัท และเป็นโปรแกรมพื้นฐานสำหรับการเขียน Android Application ภาษา C เป็นต้นกำเนิดของโปรแกรมหลายๆอย่าง ทุกภาษาส่วนใหญ่มีโครงสร้างการเขียนแบบเดียวกัน ถ้าเราเข้าใจในภาษา C เราก็จะเรียนรู้ภาษาอื่นได้ง่ายมากขึ้น ภาษา C++ เป็นภาษาที่มีการเขียนโครงสร้างค่อนข้างยากกว่าภาษา C สำหรับการทำซอฟต์แวร์แอพพลิเคชั่นบนฝั่ง Windows ต้องศึกษาภาษา C++ ไว้รวมไปถึงการสร้างเกมส์ด้วย เพราะเกมส์ส่วนใหญ่เล่นบนแพลตฟอร์ม Windows หากคนทำงาน ไอทีสนใจอยากเป็นเกมส์เมอร์ควรศึกษาภาษา C++ เอาไว้ครับ ภาษา C# เป็นภาษาที่ทาง Microsoft ช่วยกันพัฒนาขึ้นมา เป็นโปรแกรมที่ช่วยพัฒนา Read more…

คำว่า “รัก” ของคนทำงานไอที

คำว่า “รัก” ของคนทำงาน ไอที

คำว่า “รัก” ของคนทำงาน ไอที คำว่า “รัก” ที่ทำให้ใครหลายๆ คนฟังแล้วรู้สึกมีพลัง มีกำลังใจ มีจุดมุ่งหมายในชีวิต คุณเคยสำรวจตัวเองไหม?? ว่ารักแบบไหนที่ทำให้คุณมีความรู้สึกเหล่านั้น สำหรับประสบการณ์รักที่คนทำงาน ไอทีควรให้ความสำคัญในชีวิต เพื่อไม่ให้พลาดโอกาสที่จะได้เจอคำว่า “ รัก ” “รักตัวเอง” รักแรกพบที่คุณไม่อาจจะปฏิเสธได้ ซึ่งปัจจุบันหลายคนอาจกำลังมองข้าม ซึ่งเป็นรักเริ่มต้นที่ต้องให้ความสำคัญ คุณคงเคยได้ยินคำว่าหากไม่รักตัวเองแล้วจะรักคนอื่นได้อย่างไร อาจเป็นหนึ่งในเหตุผลที่อยากให้หันมาใส่ใจและรักตัวเองมากขึ้น วิธีการรักตัวเองมีหลากหลายตามลักษณะนิสัยของคนทำงาน ไอทีแล้ว สุขภาพเป็นสิ่งแรกที่ควรให้ความสำคัญ เริ่มจาก สุขภาพด้านสายตา ซึ่งสายตาเป็นอวัยวะที่ใช้มองจอคอมพิวเตอร์ทุกวัน วันละชั่วโมง ควรละสายตาจากหน้าจอคอมพิวเตอร์เพื่อพักสายตา ควรทานวิตามินบำรุงสายตา และแนะนำให้หมั่นสุขภาพตาเป็นประจำทุกปี อาการเมื่อยล้าจากการนั่งทำงานอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน ควรเปลี่ยนท่านั่งและนั่งให้ถูกวิธี หากไม่ปรับเปลี่ยนท่านั่งอาจทำให้คุณเป็น Office Syndrome ซึ่งเริ่มต้นด้วยอาการปวดตึงที่คอ บ่า และไหล่ ควรบำบัดด้วยการไปนวยผ่อนคลายกล้ามเนื้อ หากลองนวดแล้วไม่หาย แนะนำให้ปรึกษาแพทย์เฉพาะทาง เพื่อป้องกันไม่ให้มีอาการปวดลุกลามไปจุดอื่นๆ ความเครียดจากการทำงาน ซึ่งสาเหตุที่ทำให้เกิดความเครียดอาจจะเกิดความกดดัน ความวิตกกังวล ความขัดแย้งจากงานที่ทำหรือจากบุคคลในที่ทำงาน Read more…

เลือกทำงานไอทีอย่างไรให้ประสบความสำเร็จ

เลือกทำงานไอทีอย่างไรให้ประสบความสำเร็จ การเรียนสายไอที ถ้าเริ่มมองจากมุมมองภายนอกแล้ว จะทำให้นึกถึงบุคคลที่รอบรู้ไปทั้งหมดในด้านไอที ไม่ว่าจะเป็นด้านฮาร์ดแวร์หรือซอฟต์แวร์  แต่บ่อยครั้งที่คนเรียนสายไอที ก็ไม่ได้มีสามารถครบทุกด้าน เพราะความถนัดของแต่ละคนมีไม่เท่ากัน ซึ่งงานทางด้านไอทีมีความหลายหลายในตัวเองมาก ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของสายงาน ตำแหน่งหน้าที่ของงาน รวมไปถึงหน่วยงานที่ทำอีกด้วย ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความถนัด มุมมอง ความสามารถของแต่ละบุคคล และความรักในงานที่ทำอีกด้วย ว่าชอบและพร้อมที่จะใส่ใจในตัวงานของเรามากน้อยเพียงใด   ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะนำไปสู่ความสำเร็จในสายงานของเราได้ การเลือกทำงานไอทีสายงานใด? การเลือกทำงานไอทีสายงานใด? อาจจะเริ่มจากตอนเรียน ซึ่งการเรียนในสิ่งนั้นๆ จะเป็นตัวบอกความสามารถ ความถนัดและความเป็นตัวตนของเราเองว่าจะเหมาะสมกันสายงานแบบไหน งานลักษณะใด เหมาะกับตำแหน่งงานแบบใด การเรียนทางด้านไอทีนั้น จากประสบการณ์ของผู้เขียนในช่วงเวลาเรียนจะเป็นช่วงเวลาแห่งการเรียนรู้ ค้นหาตัวเอง มองตัวเองว่าชอบเรียนวิชาไหนบ้าง ทำคะแนนวิชาไหนออกมาได้ดี และมีความสามารถในวิชาไหน เมื่อจบออกมาจะต้องเจอกับสภาวะการทำงานที่จะต้องดึงเอาประสบการณ์ตั้งแต่ตอนเรียนมาปรับใช้ และยังจะต้องเจอกับสภาวะกดดันมากมาย ดังนั้นการวางแผนการทำงานโดยเริ่มตั้งแต่ตอนเรียนถือเป็นการวางแผนที่ดีเพื่อต้อนรับความสำเร็จในอนาคตของเรา และเพื่อให้เกิดความผิดพลาดในการทำงานน้อยที่สุด เมื่อรวบรวมเอาความสามารถ ความมุ่งมั่น ความตั้งใจ และประสบการณ์ บวกกับการเตรียมความพร้อมในการทำงานตั้งแต่ขณะเรียนอยู่แล้ว อันดับแรกของการเริ่มต้นชีวิตการทำงานไอที คือ การเลือกสายงานที่เราสนใจ เริ่มจากมองตัวเอง มองถึงความสามารถ และงานที่เรารัก ลักษณะงานที่เราชอบ นำมาเรียงลำดับให้ดีก่อนที่จะตัดสินใจมองหางาน และที่สำคัญสิ่งที่จะช่วยในการตัดสินใจคือ Read more…

สายงาน ERP ของคนทำงาน ไอทีกับความสำคัญของที่ปรึกษา

สายงาน ERP ของคนทำงาน ไอทีกับความสำคัญของที่ปรึกษา             ERP (Enterprise Resource Planning) นั้นคือ แนวคิดในการวางแผนการจัดการวัตถุดิบเพื่อใช้ในการผลิตเพื่อให้การผลิตเป็นไปได้อย่างราบรื่น โดยต้องบริหารวัตถุดิบให้เพียงพอต่อการผลิต และมีสต๊อกวัตถุดิบให้น้อยที่สุด โดย ERP จะเป็นระบบที่จะช่วยจัดการตั้งแต่การเก็บข้อมูลของคู่ค้า ระยะเวลาส่งของ การวางแผนการผลิต จัดวัตถุดิบให้ถูกต้อง เพื่อเบิกไปผลิตเป็นสินค้า โดยสินค้าเหล่านั้นจะถูกออกแบบส่วนประกอบทั้งหมดโดยวิศวกร ออกมาในรูปแบบของ BOM(Bill of Materials) และจะนำไปเปิด Job เพื่อผลิตต่อไปโดยผู้ที่ทำงาน ไอทีของโรงงานนั้น ๆ จะมีหน้าที่ดูแลระบบให้สามารถทำงานได้อย่างปกติ และใช้ข้อมูลที่มีจากระบบทั้งหมดมาพัฒนาต่อเป็นรายงานที่ดูง่าย เพื่อให้ทางฝ่ายที่เกี่ยวข้องนำไปวิเคราะห์เพื่อพัฒนาการผลิต และพัฒนาระบบให้มีความสามารถเพิ่มมากขึ้นจากมาตรฐานของโปรแกรมเดิมให้เข้ากับธุรกิจของบริษัท ซึ่งโดยทั่วไปแล้ว แต่ละสายอุตสาหกรรมจะแตกต่างกัน เพราะฉะนั้นผู้ที่ทำงาน ไอทีด้าน ERP จะต้องเข้าใจหลักการของธุรกิจ และประยุกต์ให้เข้ากับอุตสาหกรรมให้ได้ แต่ก็เป็นการยาก เนื่องจาก ERP นั้นมีหลากหลายหน่วยงาน แต่ละหน่วยงานก็มีรายละเอียดค่อนข้างมาก เช่น การวางแผนการผลิต การจัดการการผลิต การวางแผนการจัดซื้อ Read more…

อุปสรรคของคนทำงานไอที

อุปสรรคของคนทำงานไอที สำหรับคนทำงานไอทีมือใหม่หรือคนทำงานไอทีที่มีประสบการณ์แล้ว แต่กำลังประสบกับปัญหาหรืออุปสรรค เรามีวิธีง่ายๆ สำหรับเตรียมความพร้อม เพื่อรับมือกันอุปสรรคหรือปัญหาต่างๆ 1. เข้ากับผู้อื่นได้ยาก สาเหตุของคนทำงานไอทีเข้ากับผู้อื่นได้ยาก เพราะชอบพูดกับคอมพิวเตอร์มากกว่ากับพูดคุยกับผู้ใช้งาน ซึ่งไม่ต้องสงสัยว่าทำไมหากคุณทำงานมากมาย แต่เจ้านายไม่ให้ความสำคัญของงานหรือคิดว่าคุณไม่ได้ทำงาน วิธีการรับมือเพื่อแก้ปัญหา โดยการแสดงความคิดเห็นที่เกี่ยวกับงานของคุณและพยายามนำเสนองานของคุณให้เจ้านายรับทราบ และหากมีข้อผิดพลาดในงานที่คุณทำ แต่ไม่ได้อยู่ในความรับผิดชอบของคุที่ต้องแก้ไข คุณควรแจ้งให้เจ้านายรับทราบเมื่อเกิดเหตุการณ์อย่างทันทีทันใด เพื่อป้องกันการเข้าใจผิดของเจ้านายและเจ้านายก็จะไม่สามารถเข้าใจได้เอง เพราะเจ้านายจะว่าคุณเป็นสาเหตุที่ทำให้ข้อผิดพลาดเหล่านั้นเกิดขึ้น 2. ขี้อาย พูดน้อย ไม่มีความมั่นใจในตัวเอง พฤติกรรมของคนทำงานไอทีบางคน ขี้อาย พูดน้อย ไม่มีความมั่นใจในตัวเอง และที่สำคัญคิดว่าสามารถอยู่คนเดียวได้ ทำงานคนเดียวได้ พฤติกรรมเหล่านี้อาจส่งผลทำให้คุณกลายคนที่ไม่น่าร่วมงานด้วย ถูกเพื่อนร่วมงานทิ้ง และไม่สามารถขอความช่วยเหลือจากผู้อื่นได้ วิธีรับมือง่ายๆ โดยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของตนเอง ซึ่งเริ่มจากการแนะนำตัวคุณให้เพื่อนร่วมงานรู้จัก พยายามเข้ากับคนบ้าง อัธยาศัยดี และคุณลองเปลี่ยนพฤติกรรมแล้ว คุณก็จะกลายเป็นที่รู้จักของทุกคนและผู้อื่นก็พร้อมจะช่วยเหลือคุณอย่างเต็มใจ 3. ไม่ใส่ใจงานที่ทำ บางวัน บางอารมณ์ หรือวันที่ไม่มีอารมณ์ทำงาน ซึ่งอารมณ์เหล่านี้ของคนทำงานไอที อาจทำให้ทำงานโดยไม่มีความรอบคอบ หรือคิดว่าทำงานให้ผ่านไปวันๆ และขาดความรับผิดชอบ ดังนั้น คุณควรเตือนสติตัวเองเสมอว่า Read more…

ITM NIDA เปิดหูเปิดตาคนทำงานไอที

ITM NIDA เปิดหูเปิดตาคนทำงานไอที                 ITM (Information Technology Management) หรือ บริหารเทคโนโลยีสารสนเทศ เป็นสาขาวิชาหนึ่งที่อยู่ในคณะสถิติประยุกต์ของสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (National Institute of Development Administration) ซึ่งเป็นสาขาวิชาที่ครึ่งหนึ่งจะเรียนเนื้อหาเกี่ยวกับทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและอีกครึ่งหนึ่งเป็นเนื้อหาเกี่ยวกับทางด้านสายบริหาร ตัวอย่างเช่น ในภาคการศึกษาแรกนักศึกษาจะได้เรียนวิชาการเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์และการแก้ปัญหา เป็นวิชาที่ช่วยปูพื้นฐานสำหรับผู้ที่มีความสนใจที่ต้องการเข้ามาศึกษาในหลักสูตรนี้ แต่ยังไม่เคยมีความรู้ในเรื่องของ Programming มาก่อน เพื่อเป็นการปรับกระบวนการคิด และเป็นการทบทวนความรู้ให้กับผู้ที่เคยมีพื้นฐานหรือผู้ที่ทำงานไอทีมาแล้ว เนื่องจากกรณีที่เป็นนักศึกษาภาคพิเศษนั้นจะต้องมีประสบการณ์ทำงานอย่างน้อย 1 ปี ก็อาจจะทำให้บางท่านที่ไม่ได้ทำงานในส่วนของการ Programming หลงลืมไปบ้าง   นอกจากนี้ยังได้เรียนวิชาธุรกิจและการจัดการ ซึ่งเป็นวิชาที่นับว่าเป็นการเปิดหูเปิดตาให้กับเหล่าคนทำงานไอทีทั้งหลายเลยทีเดียว เนื่องจากกลุ่มคนเหล่านี้มักจะนั่งทำงานอยู่แต่หน้าคอมพิวเตอร์ ทำให้ได้รับสารอื่นๆ นอกเหนือจากเรื่องของเทคโนโลยีแล้วน้อยมาก                 เมื่อผู้เขียนได้เข้ามาศึกษาในสาขาวิชาบริหารเทคโนโลยีสารสนเทศที่สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์แล้วนั้น มีความรู้สึกว่าได้รู้ในสิ่งที่ไม่เคยรู้มาก่อนและได้ทบทวนพัฒนาต่อยอดความรู้เดิมที่เคยมีอยู่ให้สามารถนำมาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้จริง ผู้เขียนจบการศึกษาปริญญาตรีในสาขาวิชาวิทยาการคอมพิวเตอร์ ซึ่งไม่เคยมีพื้นฐานความรู้ที่เป็นหลักการหรือทฤษฎีในส่วนของสายบริหารและการตลาดมาก่อน   นอกจากนี้ยังทำงานไอทีมาตลอดอีกด้วย แต่ตัวผู้เขียนเองก็มีความสนใจในเรื่องของการจัดการบริหารและการทำธุรกิจต่างๆ ดังนั้นจึงมีความสนใจที่จะศึกษาหาความรู้เพิ่มเติม เพื่อนำความรู้ที่ได้รับไปใช้พัฒนาความสามารถและศักยภาพของตนเองที่จะเติบโตในสายงานที่ทำอยู่และสร้างธุรกิจของตัวเองควบคู่กันไป                 ทางสถาบันมีคณาจารย์ทั้งที่เป็นอาจารย์ประจำและอาจารย์พิเศษจากมหาวิทยาลัยชั้นนำที่มีความถนัดในแต่ละสาขาวิชามาสอนให้กับนักศึกษา ทั้งความรู้ทางด้านวิชาการ หลักการ ทฤษฎีต่างๆ Read more…

การปรับตัวเพื่อการอยู่รอดของคน…ทำงาน ไอที

การปรับตัวเพื่อการอยู่รอดของคน…ทำงาน ไอที ในสภาวการณ์ปัจจุบัน ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าการเปลี่ยนแปลงและการพัฒนาทางด้านเทคโนโลยีด้านไอทีนั้นเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วจนดูเหมือนว่าในแต่ละวันจะมีเทคโนโลยีใหม่ๆเกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลา ซึ่งการเกิดขึ้นของเทคโนโลยีต่างๆ เหล่านี้ได้ส่งผลกระทบโดยตรงกับวิถีชีวิตของผู้คนโดยทั่วไป ที่สังเกตุได้ใกล้ตัวที่สุดก็น่าจะเป็นเทคโนโลยีด้านโทรศัพท์มือถือหรือสมาร์ทโฟน ที่ทุกวันนี้ดูเหมือนจะเป็นอุปกรณ์ที่ขาดไม่ได้สำหรับทุกคน ไม่ว่าจะเป็นการใช้ในการติดต่อธุรกิจในช่องทางต่างๆ การรับส่งอีเมล์ หรือท่องโลก Social Network ซึ่งสิ่งต่างๆ เหล่านี้ได้การทำลายข้อจำกัดในเรื่องการติดต่อสื่อสารระหว่างคนจากที่ต่างๆ ในทุกมุมโลก ซึ่งเมื่อพิจารณาแล้วดูเหมือนว่าการพัฒนาในเทคโนโลยีด้านไอทีนั้นจะส่งผลกระทบด้านบวกกับทุกๆคนที่ใช้เทคโนโลยี แต่ในความเป็นจริงแล้วเทคโนโลยีต่างๆเหล่านี้อาจจะส่งผลกระทบทางด้านลบกับคนที่ ทำงาน ไอที แต่ไล่ตาม ไอที ไม่ทัน…ก็เป็นได้ การแข่งขันทางธุรกิจของคนวงการไอทีในอดีตนั้นจะพบว่าจะแข่งขันกันในด้านการพัฒนาอุปกรณ์ ฮาร์ดแวร์ ซอร์ฟแวร์ต่างๆ ที่ต้องมีความก้าวหน้ามากกว่าคู่แข่ง เพื่อใช้สร้างจุดแข็งให้กับผลิตภัณฑ์หรือการบริการของตน ซึ่งตรงนี้จะพบว่าการแข่งขันจะเกิดขึ้นอย่างเข้มข้นในเฉพาะกลุ่มบริษัทที่มีต้นทุนทางธุรกิจที่ดี สามารถนำเงินจำนวนมากๆ มาใช้ในการลงทุนในธุรกิจด้านไอทีให้มีความก้าวหน้าไปไกลเหนือคู่แข่งรายอื่นๆ ที่มีต้นทุนน้อยกว่า หรือจะกล่าวได้ว่าคนที่ทำงาน ไอที ที่อยู่ในองค์กรเล็กๆ นั้นมีโอกาสที่น้อยมากในการแสดงความสามารถของตนได้อย่างเต็มที่ ในยุคนี้ที่ระบบเครือข่ายมีพัฒนาเพิ่มขึ้นอย่างมาก การเชื่อมโยงหรือถ่ายโอนข้อมูลระหว่างกันผ่านเครือข่ายเน็ตเวิร์กก็ทำได้อย่างรวดเร็วกว่าในอดีตมาก เกิดธุรกิจการให้บริการต่างๆ ผ่านระบบเครือข่ายเกิดขึ้นหลากหลายรูปแบบ ยกตัวอย่างเช่น ธุรกิจการให้บริการรูปแบบ Cloud Computing ที่มีรูปแบบการให้บริการหลากหลาย ทั้งเป็นแบบให้บริการพื้นที่จัดเก็บข้อมูล ให้บริการซอร์ฟแวร์ หรือแม้แต่ให้บริการระบบโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ ที่จะทำให้ผู้ใช้บริการไม่จำเป็นต้องเสี่ยงลงทุนกับอุปกรณ์ ฮาร์ดแวร์ Read more…

แชร์ประสบการณ์ทำงาน ไอที (Software Tester)

 แชร์ประสบการณ์ทำงาน ไอที (Software Tester)                   เรียนจบมาแล้วทำงานอะไรดี??    คำถามนี้เชื่อว่า… เป็นคำถามที่วนเวียนอยู่ในห้วงความคิดของหลายๆ  คน  ณ  ช่วงเวลาที่ใกล้จะจบการศึกษาออกจากรั้วมหาวิทยาลัย  เพราะในความเป็นจริงแล้วสายงานไอทีก็มีอยู่มากมาย  และมีนักศึกษาจำนวนไม่น้อยที่เข้ามาเรียนอยู่ในสายไอที  แต่ไม่ชอบในสิ่งที่ตัวเองเรียน  ยิ่งทำให้เป็นเรื่องยากในการวางแผนอนาคตและสายอาชีพของตนเอง  และอีกจำนวนไม่น้อยที่ไม่ได้วางแผนอนาคตไว้  เพราะมีความเชื่อว่า….  “จบสายไอทีแล้วมีงานทำแน่นอน”  ในบางครั้งตรรกะข้างต้นก็ไม่ได้เป็นจริงเสมอไปสำหรับบางคน  แต่ในทางกลับกันก็เป็นตรรกะที่เกิดขึ้นจริงสำหรับบางคน   ซึ่งจะขอถ่ายทอดจากประสบการณ์จริงของตัวผู้เขียนเอง           ขณะที่ใกล้จะจบการศึกษาปริญญาตรี   ตัวผู้เขียนเองก็ยังไม่แน่ใจนักว่าจะทำงานอะไรดี  เพราะโดยส่วนตัวแล้วเป็นคนเรียนอยู่ในระดับปานกลาง  แต่จะเน้นในเรื่องของพยายามศึกษาค้นคว้าหาข้อมูลเพิ่มเติมในเรื่องใหม่ๆ อยู่เสมอ  ซึ่งเป็นเรื่องที่สำคัญมากสำหรับคนที่จะทำงานในสายไอที เนื่องจากเทคโนโลยีมักจะเปลี่ยนแปลงและพัฒนาอย่างรวดเร็ว เมื่อจบการศึกษาระดับชั้นปริญญาตรี  ผู้เขียนตั้งใจแน่วแน่ว่าจะทำงาน ไอทีทางด้าน  Software Test  แล้วความตั้งใจนั้นก็เป็นจริง  โดยผู้เขียนทำงานอยู่ในบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง ซึ่งฝ่ายงานที่มีหน้าที่ทดสอบระบบจะแยกออกมาจากทีมพัฒนาซอฟต์แวร์อย่างชัดเจน  เนื่องจากธุรกิจของบริษัทมีเครือข่ายอยู่ทั่วประเทศ  หากเกิดข้อผิดพลาดกับซอฟต์แวร์แล้ว  Read more…