web analytics

Tag «ไอที»

สายงาน ERP ของคนทำงาน ไอทีกับความสำคัญของที่ปรึกษา

สายงาน ERP ของคนทำงาน ไอทีกับความสำคัญของที่ปรึกษา             ERP (Enterprise Resource Planning) นั้นคือ แนวคิดในการวางแผนการจัดการวัตถุดิบเพื่อใช้ในการผลิตเพื่อให้การผลิตเป็นไปได้อย่างราบรื่น โดยต้องบริหารวัตถุดิบให้เพียงพอต่อการผลิต และมีสต๊อกวัตถุดิบให้น้อยที่สุด โดย ERP จะเป็นระบบที่จะช่วยจัดการตั้งแต่การเก็บข้อมูลของคู่ค้า ระยะเวลาส่งของ การวางแผนการผลิต จัดวัตถุดิบให้ถูกต้อง เพื่อเบิกไปผลิตเป็นสินค้า โดยสินค้าเหล่านั้นจะถูกออกแบบส่วนประกอบทั้งหมดโดยวิศวกร ออกมาในรูปแบบของ BOM(Bill of Materials) และจะนำไปเปิด Job เพื่อผลิตต่อไปโดยผู้ที่ทำงาน ไอทีของโรงงานนั้น ๆ จะมีหน้าที่ดูแลระบบให้สามารถทำงานได้อย่างปกติ และใช้ข้อมูลที่มีจากระบบทั้งหมดมาพัฒนาต่อเป็นรายงานที่ดูง่าย เพื่อให้ทางฝ่ายที่เกี่ยวข้องนำไปวิเคราะห์เพื่อพัฒนาการผลิต และพัฒนาระบบให้มีความสามารถเพิ่มมากขึ้นจากมาตรฐานของโปรแกรมเดิมให้เข้ากับธุรกิจของบริษัท ซึ่งโดยทั่วไปแล้ว แต่ละสายอุตสาหกรรมจะแตกต่างกัน เพราะฉะนั้นผู้ที่ทำงาน ไอทีด้าน ERP จะต้องเข้าใจหลักการของธุรกิจ และประยุกต์ให้เข้ากับอุตสาหกรรมให้ได้ แต่ก็เป็นการยาก เนื่องจาก ERP นั้นมีหลากหลายหน่วยงาน แต่ละหน่วยงานก็มีรายละเอียดค่อนข้างมาก เช่น การวางแผนการผลิต การจัดการการผลิต การวางแผนการจัดซื้อ การบริหารงานขาย การจัดการกำลังคน การบริหารสโตร์ (Store) การออกแบบทางวิศวกรรม …

อุปสรรคของคนทำงานไอที

อุปสรรคของคนทำงานไอที สำหรับคนทำงานไอทีมือใหม่หรือคนทำงานไอทีที่มีประสบการณ์แล้ว แต่กำลังประสบกับปัญหาหรืออุปสรรค เรามีวิธีง่ายๆ สำหรับเตรียมความพร้อม เพื่อรับมือกันอุปสรรคหรือปัญหาต่างๆ 1. เข้ากับผู้อื่นได้ยาก สาเหตุของคนทำงานไอทีเข้ากับผู้อื่นได้ยาก เพราะชอบพูดกับคอมพิวเตอร์มากกว่ากับพูดคุยกับผู้ใช้งาน ซึ่งไม่ต้องสงสัยว่าทำไมหากคุณทำงานมากมาย แต่เจ้านายไม่ให้ความสำคัญของงานหรือคิดว่าคุณไม่ได้ทำงาน วิธีการรับมือเพื่อแก้ปัญหา โดยการแสดงความคิดเห็นที่เกี่ยวกับงานของคุณและพยายามนำเสนองานของคุณให้เจ้านายรับทราบ และหากมีข้อผิดพลาดในงานที่คุณทำ แต่ไม่ได้อยู่ในความรับผิดชอบของคุที่ต้องแก้ไข คุณควรแจ้งให้เจ้านายรับทราบเมื่อเกิดเหตุการณ์อย่างทันทีทันใด เพื่อป้องกันการเข้าใจผิดของเจ้านายและเจ้านายก็จะไม่สามารถเข้าใจได้เอง เพราะเจ้านายจะว่าคุณเป็นสาเหตุที่ทำให้ข้อผิดพลาดเหล่านั้นเกิดขึ้น 2. ขี้อาย พูดน้อย ไม่มีความมั่นใจในตัวเอง พฤติกรรมของคนทำงานไอทีบางคน ขี้อาย พูดน้อย ไม่มีความมั่นใจในตัวเอง และที่สำคัญคิดว่าสามารถอยู่คนเดียวได้ ทำงานคนเดียวได้ พฤติกรรมเหล่านี้อาจส่งผลทำให้คุณกลายคนที่ไม่น่าร่วมงานด้วย ถูกเพื่อนร่วมงานทิ้ง และไม่สามารถขอความช่วยเหลือจากผู้อื่นได้ วิธีรับมือง่ายๆ โดยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของตนเอง ซึ่งเริ่มจากการแนะนำตัวคุณให้เพื่อนร่วมงานรู้จัก พยายามเข้ากับคนบ้าง อัธยาศัยดี และคุณลองเปลี่ยนพฤติกรรมแล้ว คุณก็จะกลายเป็นที่รู้จักของทุกคนและผู้อื่นก็พร้อมจะช่วยเหลือคุณอย่างเต็มใจ 3. ไม่ใส่ใจงานที่ทำ บางวัน บางอารมณ์ หรือวันที่ไม่มีอารมณ์ทำงาน ซึ่งอารมณ์เหล่านี้ของคนทำงานไอที อาจทำให้ทำงานโดยไม่มีความรอบคอบ หรือคิดว่าทำงานให้ผ่านไปวันๆ และขาดความรับผิดชอบ ดังนั้น คุณควรเตือนสติตัวเองเสมอว่า ผลงานที่ออกจากมือคุณต้องเป็นผลงานที่ดี ไม่มีที่ติ ควรมีสมาธิกับงานที่กำลังทำ และที่สำคัญคุณต้องพิสูจน์ให้เจ้านายของคุณเห็นว่าคุณมีความสามารถและสามารถทำงานที่ได้มอบหมายได้อย่างเต็มที่ 4. …

ITM NIDA เปิดหูเปิดตาคนทำงานไอที

ITM NIDA เปิดหูเปิดตาคนทำงานไอที                 ITM (Information Technology Management) หรือ บริหารเทคโนโลยีสารสนเทศ เป็นสาขาวิชาหนึ่งที่อยู่ในคณะสถิติประยุกต์ของสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (National Institute of Development Administration) ซึ่งเป็นสาขาวิชาที่ครึ่งหนึ่งจะเรียนเนื้อหาเกี่ยวกับทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและอีกครึ่งหนึ่งเป็นเนื้อหาเกี่ยวกับทางด้านสายบริหาร ตัวอย่างเช่น ในภาคการศึกษาแรกนักศึกษาจะได้เรียนวิชาการเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์และการแก้ปัญหา เป็นวิชาที่ช่วยปูพื้นฐานสำหรับผู้ที่มีความสนใจที่ต้องการเข้ามาศึกษาในหลักสูตรนี้ แต่ยังไม่เคยมีความรู้ในเรื่องของ Programming มาก่อน เพื่อเป็นการปรับกระบวนการคิด และเป็นการทบทวนความรู้ให้กับผู้ที่เคยมีพื้นฐานหรือผู้ที่ทำงานไอทีมาแล้ว เนื่องจากกรณีที่เป็นนักศึกษาภาคพิเศษนั้นจะต้องมีประสบการณ์ทำงานอย่างน้อย 1 ปี ก็อาจจะทำให้บางท่านที่ไม่ได้ทำงานในส่วนของการ Programming หลงลืมไปบ้าง   นอกจากนี้ยังได้เรียนวิชาธุรกิจและการจัดการ ซึ่งเป็นวิชาที่นับว่าเป็นการเปิดหูเปิดตาให้กับเหล่าคนทำงานไอทีทั้งหลายเลยทีเดียว เนื่องจากกลุ่มคนเหล่านี้มักจะนั่งทำงานอยู่แต่หน้าคอมพิวเตอร์ ทำให้ได้รับสารอื่นๆ นอกเหนือจากเรื่องของเทคโนโลยีแล้วน้อยมาก                 เมื่อผู้เขียนได้เข้ามาศึกษาในสาขาวิชาบริหารเทคโนโลยีสารสนเทศที่สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์แล้วนั้น มีความรู้สึกว่าได้รู้ในสิ่งที่ไม่เคยรู้มาก่อนและได้ทบทวนพัฒนาต่อยอดความรู้เดิมที่เคยมีอยู่ให้สามารถนำมาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้จริง ผู้เขียนจบการศึกษาปริญญาตรีในสาขาวิชาวิทยาการคอมพิวเตอร์ ซึ่งไม่เคยมีพื้นฐานความรู้ที่เป็นหลักการหรือทฤษฎีในส่วนของสายบริหารและการตลาดมาก่อน   นอกจากนี้ยังทำงานไอทีมาตลอดอีกด้วย แต่ตัวผู้เขียนเองก็มีความสนใจในเรื่องของการจัดการบริหารและการทำธุรกิจต่างๆ ดังนั้นจึงมีความสนใจที่จะศึกษาหาความรู้เพิ่มเติม เพื่อนำความรู้ที่ได้รับไปใช้พัฒนาความสามารถและศักยภาพของตนเองที่จะเติบโตในสายงานที่ทำอยู่และสร้างธุรกิจของตัวเองควบคู่กันไป                 ทางสถาบันมีคณาจารย์ทั้งที่เป็นอาจารย์ประจำและอาจารย์พิเศษจากมหาวิทยาลัยชั้นนำที่มีความถนัดในแต่ละสาขาวิชามาสอนให้กับนักศึกษา ทั้งความรู้ทางด้านวิชาการ หลักการ ทฤษฎีต่างๆ รวมทั้งได้ถ่ายทอดประสบการณ์จริงที่ได้จากการทำงานและการศึกษาวิจัย ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้เขียนประทับใจเป็นอย่างมาก เนื่องจากเป็นความรู้ใหม่ๆ และทำให้ผู้เขียนนำความรู้ที่ได้มาประยุกต์กับการทำงานในชีวิตประจำวันได้จริง การศึกษาในแต่ละวิชานั้นจะเน้นให้นักศึกษามีส่วนร่วมและได้ลงมือปฏิบัติจริง …

การปรับตัวเพื่อการอยู่รอดของคน…ทำงาน ไอที

การปรับตัวเพื่อการอยู่รอดของคน…ทำงาน ไอที ในสภาวการณ์ปัจจุบัน ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าการเปลี่ยนแปลงและการพัฒนาทางด้านเทคโนโลยีด้านไอทีนั้นเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วจนดูเหมือนว่าในแต่ละวันจะมีเทคโนโลยีใหม่ๆเกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลา ซึ่งการเกิดขึ้นของเทคโนโลยีต่างๆ เหล่านี้ได้ส่งผลกระทบโดยตรงกับวิถีชีวิตของผู้คนโดยทั่วไป ที่สังเกตุได้ใกล้ตัวที่สุดก็น่าจะเป็นเทคโนโลยีด้านโทรศัพท์มือถือหรือสมาร์ทโฟน ที่ทุกวันนี้ดูเหมือนจะเป็นอุปกรณ์ที่ขาดไม่ได้สำหรับทุกคน ไม่ว่าจะเป็นการใช้ในการติดต่อธุรกิจในช่องทางต่างๆ การรับส่งอีเมล์ หรือท่องโลก Social Network ซึ่งสิ่งต่างๆ เหล่านี้ได้การทำลายข้อจำกัดในเรื่องการติดต่อสื่อสารระหว่างคนจากที่ต่างๆ ในทุกมุมโลก ซึ่งเมื่อพิจารณาแล้วดูเหมือนว่าการพัฒนาในเทคโนโลยีด้านไอทีนั้นจะส่งผลกระทบด้านบวกกับทุกๆคนที่ใช้เทคโนโลยี แต่ในความเป็นจริงแล้วเทคโนโลยีต่างๆเหล่านี้อาจจะส่งผลกระทบทางด้านลบกับคนที่ ทำงาน ไอที แต่ไล่ตาม ไอที ไม่ทัน…ก็เป็นได้ การแข่งขันทางธุรกิจของคนวงการไอทีในอดีตนั้นจะพบว่าจะแข่งขันกันในด้านการพัฒนาอุปกรณ์ ฮาร์ดแวร์ ซอร์ฟแวร์ต่างๆ ที่ต้องมีความก้าวหน้ามากกว่าคู่แข่ง เพื่อใช้สร้างจุดแข็งให้กับผลิตภัณฑ์หรือการบริการของตน ซึ่งตรงนี้จะพบว่าการแข่งขันจะเกิดขึ้นอย่างเข้มข้นในเฉพาะกลุ่มบริษัทที่มีต้นทุนทางธุรกิจที่ดี สามารถนำเงินจำนวนมากๆ มาใช้ในการลงทุนในธุรกิจด้านไอทีให้มีความก้าวหน้าไปไกลเหนือคู่แข่งรายอื่นๆ ที่มีต้นทุนน้อยกว่า หรือจะกล่าวได้ว่าคนที่ทำงาน ไอที ที่อยู่ในองค์กรเล็กๆ นั้นมีโอกาสที่น้อยมากในการแสดงความสามารถของตนได้อย่างเต็มที่ ในยุคนี้ที่ระบบเครือข่ายมีพัฒนาเพิ่มขึ้นอย่างมาก การเชื่อมโยงหรือถ่ายโอนข้อมูลระหว่างกันผ่านเครือข่ายเน็ตเวิร์กก็ทำได้อย่างรวดเร็วกว่าในอดีตมาก เกิดธุรกิจการให้บริการต่างๆ ผ่านระบบเครือข่ายเกิดขึ้นหลากหลายรูปแบบ ยกตัวอย่างเช่น ธุรกิจการให้บริการรูปแบบ Cloud Computing ที่มีรูปแบบการให้บริการหลากหลาย ทั้งเป็นแบบให้บริการพื้นที่จัดเก็บข้อมูล ให้บริการซอร์ฟแวร์ หรือแม้แต่ให้บริการระบบโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ ที่จะทำให้ผู้ใช้บริการไม่จำเป็นต้องเสี่ยงลงทุนกับอุปกรณ์ ฮาร์ดแวร์ ซอร์ฟแวร์เหล่านั้นเลยเมื่อใช้บริการผ่านระบบ Cloud Computing ทำให้ธุรกิจเกิดความยืดหยุ่นมากขึ้น จากที่กล่าวมาจะเห็นได้ว่าหลักการอยู่รอดของคนทำงาน …

แชร์ประสบการณ์ทำงาน ไอที (Software Tester)

 แชร์ประสบการณ์ทำงาน ไอที (Software Tester)                   เรียนจบมาแล้วทำงานอะไรดี??    คำถามนี้เชื่อว่า… เป็นคำถามที่วนเวียนอยู่ในห้วงความคิดของหลายๆ  คน  ณ  ช่วงเวลาที่ใกล้จะจบการศึกษาออกจากรั้วมหาวิทยาลัย  เพราะในความเป็นจริงแล้วสายงานไอทีก็มีอยู่มากมาย  และมีนักศึกษาจำนวนไม่น้อยที่เข้ามาเรียนอยู่ในสายไอที  แต่ไม่ชอบในสิ่งที่ตัวเองเรียน  ยิ่งทำให้เป็นเรื่องยากในการวางแผนอนาคตและสายอาชีพของตนเอง  และอีกจำนวนไม่น้อยที่ไม่ได้วางแผนอนาคตไว้  เพราะมีความเชื่อว่า….  “จบสายไอทีแล้วมีงานทำแน่นอน”  ในบางครั้งตรรกะข้างต้นก็ไม่ได้เป็นจริงเสมอไปสำหรับบางคน  แต่ในทางกลับกันก็เป็นตรรกะที่เกิดขึ้นจริงสำหรับบางคน   ซึ่งจะขอถ่ายทอดจากประสบการณ์จริงของตัวผู้เขียนเอง           ขณะที่ใกล้จะจบการศึกษาปริญญาตรี   ตัวผู้เขียนเองก็ยังไม่แน่ใจนักว่าจะทำงานอะไรดี  เพราะโดยส่วนตัวแล้วเป็นคนเรียนอยู่ในระดับปานกลาง  แต่จะเน้นในเรื่องของพยายามศึกษาค้นคว้าหาข้อมูลเพิ่มเติมในเรื่องใหม่ๆ อยู่เสมอ  ซึ่งเป็นเรื่องที่สำคัญมากสำหรับคนที่จะทำงานในสายไอที เนื่องจากเทคโนโลยีมักจะเปลี่ยนแปลงและพัฒนาอย่างรวดเร็ว เมื่อจบการศึกษาระดับชั้นปริญญาตรี  ผู้เขียนตั้งใจแน่วแน่ว่าจะทำงาน ไอทีทางด้าน  Software Test  แล้วความตั้งใจนั้นก็เป็นจริง  โดยผู้เขียนทำงานอยู่ในบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง ซึ่งฝ่ายงานที่มีหน้าที่ทดสอบระบบจะแยกออกมาจากทีมพัฒนาซอฟต์แวร์อย่างชัดเจน  เนื่องจากธุรกิจของบริษัทมีเครือข่ายอยู่ทั่วประเทศ  หากเกิดข้อผิดพลาดกับซอฟต์แวร์แล้ว  นั่นหมายถึงจะส่งผลกระทบต่อรายได้หลักของบริษัทและยังส่งผลถึงต้นทุนที่ต้องเสียมากขึ้นกับการแก้ไขซอฟต์แวร์นั้นๆ อีกด้วย อาชีพ  Software Tester  …

ตัวช่วยดีดี สำหรับคนทำงาน ไอที อย่างเราๆ

 ตัวช่วยดีดี สำหรับคนทำงาน ไอที อย่างเราๆ ก่อนอื่นเมื่อพูดถึงคนที่ทำงาน ไอทีนั้น อันดับแรกที่เรามักจะนึกถึงก็คือคอมพิวเตอร์ ไอทีกับคอมพิวเตอร์เป็นของคู่กัน คอมพิวเตอร์ถือว่าเป็นอุปกรณ์และเครื่องมือหลักของคนทำงานด้านไอที ซึ่งคนที่ทำงานด้านไอทีนั้นมักจะใช้เวลาอยู่กับคอมพิวเตอร์เป็นเวลานานๆ ตั้งแต่เช้าจรดเย็นตลอดการทำงาน การอยู่กับคอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน อาจส่งผลมาถึงสุขภาพด้านด่างๆของคนทำงาน ไอทีอย่างเราๆ ซึ่งผลเสียต่อร่างกายจากการจ้องคอมพิวเตอร์หรือนั่งทำงานอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ในท่าที่ไม่ถูกต้องเป็นเวลานาน  จะส่งผลถึงร่างกายซึ่งผู้เขียนมีเคล็ดลับและตัวช่วยดีๆที่จะมาช่วย บรรเทาอาการเหนื่อย เมื่อยล้าจากการทำงานได้ค่ะ 1. อาการปวดและแสบตาจากการจ้องคอมเป็นเวลานาน ตัวช่วยที่หนึ่ง  น้ำตาเทียม การจ้องคอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน ปัญหาที่จะตามมาเป็นอันดับแรกคือสายตา การดูแลรักษาดวงตาของเราเถือเป็นสิ่งที่สำคัญมากสำหรับคนที่ใช้งานดวงตาอย่างหนักหน่วงแบบเราๆ ตามที่ผู้เขียนได้รับเคล็ดลับ และคำแนะนำดีๆ จากหลายๆคนนั้น เคล็ดลับและวิธีที่ได้ลองนำไปปฏิบัตินั้นได้ผลดีทีเดียวค่ะ เคล็ดลับแรกคือการพักสายตา ซึ่งการพักสายตานั้นแนะนำว่าถ้าเกิดอาการปวดดวงตาแนะนำให้พักสายตาโดยหลับตาเป็นเวลา 5-10 นาทีจะช่วยบรรเทาอาการได้ และที่สำคัญตัวช่วยที่ผู้เขียนจะแนะนำคือ “น้ำตาเทียม” เมื่อเกิดอาการแสบตา ตาแห้ง ดวงตาเมื่อยล้า ลองใช้ตัวช่วย เจ้าน้ำตาเทียมดูค่ะ เมื่อหยอดไปแล้วจะช่วยให้เมื่อลืมตามาจะมองคอมพิวเตอร์ได้อย่างชัดเจนมากยิ่งขึ้น สว่าง สดใสขึ้นมาทันทีเลยค่ะ ทั้งนี้เจ้าน้ำตาเทียมตัวช่วยของเราจะช่วยล่อลื่นให้ดวงตา ทำให้ดวงตาเราไม่แห้งค่ะ 2. อาการปวดหลังจากการนั่งทำงานหน้าคอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน ตัวช่วยที่สอง กระเป๋าน้ำร้อน  ปัญหาที่ต้องเกิดแน่ๆสำหรับคนที่นั่งหน้าคอมพิวเตอร์นาน คือมีอาหารปวดหลังเรื้อหลังค่ะ สำหรับปัญหานี้ผู้เขียนได้รับคำแนะนำที่เพื่อนร่วมงานค่ะ สาเหตุหลักๆเลยจากการทำงานน่าจะมาจากการที่เรานั่งทำงานผิดวิธี และนั่งทำงานนานเกินไปไม่มีการผ่อนคลาย ลุกออกจากโต๊ะทำงานยืดเส้นยืดสายเลย …

เมื่อคน ทำงาน ไอที มีเจ้านายวินเทจ

เมื่อคน ทำงานไอที มีเจ้านายวินเทจ          วินเทจ… เมื่อได้ยินคำพูดนี้คนส่วนใหญ่ก็มักจะนึกถึงอะไรที่ดูอะไรที่เป็นของโบราณ ย้อนยุค ไม่ว่าจะเป็นแฟชั่นย้อนยุค รถยนต์วินเทจในลักษณะของรถโบราณ กีตาร์วินเทจ ซึ่งถือได้ว่า ณ เวลานี้กระแสวินเทจกำลังมาแรงจนทำให้ผู้เขียนเกิดความคิดที่จะนำมาใช้เปรียบเทียบกับคนประเภทที่ยึดติดอยู่กับยุคสมัยไม่ยอมมีการปรับเปลี่ยนตัวเองให้เข้ากับสภาพแวดล้อมปัจจุบัน ซึ่งจะไม่มีผลกับพวกเราชาวคน ทำงาน ไอที เลย ถ้าคนวินเทจคนนั้นไม่ใช่เจ้านาย… แล้วเมื่อจำเป็นต้องเผชิญกับเจ้านายวินเทจหล่ะ เราจะมีวิธีการรับมือกันอย่างไรเพื่อให้การทำงานเป็นไปโดยราบรื่น ปราศจากความเครียด ซึ่งคงต้องมาลองทำตามวิธีดังต่อไปนี้ดูครับ 1. เปลี่ยนทัศนคติของตัวเราที่มีต่อเจ้านาย วิธีนี้ถือว่าเป็นวิธีที่เริ่มได้เลยทันที เพราะเราไม่ต้องเสียเวลาคิดวิธีที่ไปเปลี่ยนอะไรคนอื่น การเริ่มจากการเปลี่ยนตัวเองน่าจะง่ายที่สุด โดยพยายามทำความเข้าใจในยุคสมัยของเจ้านาย แล้วทำใจยอมรับ เพราะในเมื่อเราเปลี่ยนอะไรไม่ได้ก็ต้องปรับตัวให้อยู่กับสิ่งนั้นให้มีความสุขมากที่สุด 2. พยายามพูดคุยหรือขอคำปรึกษาในเชิงให้ความสำคัญกับเจ้านาย พร้อมสอดแทรกแนวคิดหรือเทคโนโลยีใหม่ๆบ่อยๆเพื่อให้เกิดเป็นความเคยชินและยอมรับแนวคิดนั้นๆ โดยที่เจ้านายไม่รู้ตัว ซึ่งวิธีนี้น่าจะดีกว่าที่จะไปบอกให้เค้ารับรู้และยอมรับสิ่งนั้นตรงๆ เนื่องจากต้องเข้าใจด้วยว่าคุณอายุรุ่นนี้ย่อมมีความถือเอาตัวเองเป็นสำคัญ หรือที่เรียกว่า “อีโก้สูง” นั่นเอง 3. ต้องทำงานเป็นทีม ซึ่งตรงนี้หมายถึงอาจต้องมีการร่วมมือกันระหว่างกลุ่มลูกน้องหลายๆคนโดยการ ให้โอกาสเจ้านายเข้ามาร่วมอยู่ในสังคมของลูกน้องที่นอกเหนือจากที่ทำงาน ยกตัวอย่างเช่น ในกลุ่ม Social Network ต่าง ไม่ว่าจะเป็น Line กลุ่ม Facebook ซึ่งประโยชน์ของ Social Network …

เปลี่ยนมุมมองของการเรียนในห้องสี่เหลี่ยม กับปริญญาโทนิด้า สาขา บริหาร เทคโนโลยีสารสนเทศ

เด็กจบใหม่หลายคนในปัจจุบันอยากมีความรู้เพิ่มขึ้น เพื่อนำไปพัฒนาธุรกิจ หรือพัฒนาศักยภาพของตัวเองเพื่อองค์กร เพราะทุกวันนี้การเติบโตของเทคโนโลยีมีความทันสมัยและมีการแข่งขันทางการตลาดมากขึ้นเรื่อย ๆ บางคนคิดว่าการเรียนในห้องสี่เหลี่ยมจะไม่ได้ช่วยเพิ่มประสบการณ์ แต่การเรียนปริญญาโทที่นิด้า ไม่ใช่เพียงแค่ห้องสี่เหลี่ยมธรรมดา ด้วยจุดเด่นของสาขาวิชา บริหาร เทคโนโลยีสารสนเทศ เราจะได้เรียนทั้งวิชาบริหาร และวิชาไอทีควบกัน โดยส่วนตัวจบสาขาไอทีมาในตอนเรียนปริญญาตรี เมื่อมาเรียนที่นิด้าในสาขานี้ได้ความรู้ทางด้านไอทีเพิ่มมากขึ้นถึงจะเป็นวิชาที่เคยเรียนมาแล้ว แต่จากประสปการณ์การสอนของอาจารย์ที่มีประสบการณ์ที่แตกต่างกันทำให้ได้เห็นมุมมองที่ต่าง ตอนเรียนปริญญาตรีการสอนจะเป็นการปูพื้นฐานให้รู้จักความหมาย แต่ในการเรียนปริญญาโทเป็นการสอนที่สามารถนำไปใช้ในการทำงานได้จริงและมองเห็นภาพชัดมากขึ้น ในส่วนวิชาบริหารซึ่งเป็นความรู้ใหม่ ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง บัญชีการเงิน บัญชีเพื่อการบริหาร วิชาการบริหารจัดการต่าง ๆ อาจารย์ทุกท่าน รุ่นพี่ เพื่อนรุ่นเดียวกัน แม้กระทั่งรุ่นน้อง ก็มีประสบการณ์ของตัวเองที่คอยแบ่งปันให้กับทุกคนในห้องเรียนอยู่เสมอ จริงอยู่เวลาเราเรียนเราต้องเริ่มจากทฤษฎี แต่ที่นิด้าได้รวมผู้คนมากมาย ต่างความคิด ต่างมุมมอง ต่างทัศคติ ต่างชาติและต่างวัฒนธรรม มาอยู่ในห้องสี่เหลี่ยมเดียวกัน การก้าวกระโดดจากคนที่ไม่เคยรู้เรื่อง บริหาร เทคโนโลยีสารสนเทศ มาก่อน ทำให้พวกเขาได้มองเห็นการทำงานจริง ปัญหาที่เกิดขึ้นจริง และการแก้ไขของแต่ละคน หรือเราจะเรียกว่า การเรียนทางลัดเลยก็ว่าได้ อยากรู้จักนิด้ามากขึ้นไหม? อยากรู้จัก บริหาร เทคโนโลยีสารสนเทศไหม? อยากรู้ว่าบทความนี้จริงไหม? มาลองด้วยประสปการณ์ของคุณเอง รับรองว่า 2 ปีที่คุณจะได้รับ ไม่ใช่เพียงแต่ห้องสี่เหลี่ยมธรรมดาตามความคิดเดิมแน่นอน …

ปริญญาโท สาขา บริหาร เทคโนโลยีสารสนเทศ นิด้า เรียนอะไรบ้าง

 ปริญญาโท สาขา บริหาร เทคโนโลยีสารสนเทศ นิด้า เรียนอะไรบ้าง หลักสูตรนี้ ประกอบไปด้วย 2 สายวิชา ได้แก่ ด้านธุรกิจและการจัดการ และด้านไอที โดยด้านธุรกิจและการจัดการนั้น ประกอบไปด้วยวิชาหลักๆ ได้แก่ วิชาการจัดการตลาด การจัดการทรัพยากรมนุษย์และพฤติกรรมองค์กร การเงินและการบัญชีเพื่อการบริหารเทคโนโลยี ระบบสารสนเทศทางการบัญชี การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในการจัดการภาครัฐ เป็นต้น ส่วนด้านไอทีนั้นจะประกอบไปด้วย วิชาการจัดการฐานข้อมูลและคลังข้อมูล เครือข่ายคอมพิวเตอร์และความมั่นคงสารสนเทศ การพัฒนาระบบสารสนเทศและการจัดการโครงการ การออกแบบระบบสนับสนุนการทำงาน การบริหารโครงการเทคโนโลยีสารสนเทศ เป็นต้น จะเห็นได้ว่าหลักสูตรนี้เหมาะเป็นอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่สนใจอยากฝึกฝนและพัฒนาตนเอง เพื่อที่จะเป็นผู้นำ ผู้บริหารด้านการจัดการเทคโนโลยีสารสนเทศ โดยจะฝึกฝนให้คุณมีความรู้ความสามารถที่หลากหลาย และสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ทั้งกับองค์กร หรือทำธุรกิจส่วนตัว  +4-2